ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชียปิดบวกในวันอังคาร ขานรับรายงานข่าวที่ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีแนวโน้มต้องการยุติสงครามกับอิหร่าน แม้ว่าเส้นทางยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดล้อมอยู่ก็ตาม
สัญญาณบวกจากทำเนียบขาว: เน้นกดดันทางการทูต
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่า ทรัมป์และคณะที่ปรึกษาได้ข้อสรุปว่า ภารกิจบังคับเปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจใช้เวลานานเกินกว่ากรอบเวลา 4-6 สัปดาห์ที่เขาวางไว้ จึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนไปเน้นที่การทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและกองทัพเรือของอิหร่านแทน ก่อนจะใช้มาตรการทางการทูตเพื่อบีบให้อิหร่านยอมเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง
นโยบาย "ไม้อ่อนสลับไม้แข็ง": คำขู่และโอกาสเจรจา
แม้จะมีสัญญาณบวก แต่ความตึงเครียดไม่ได้หายไปทั้งหมด เนื่องจากทรัมป์ยังคงขู่ว่าจะทำลาย "เกาะคาร์ก" (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน รวมถึงโรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล หากอิหร่านไม่ยอมตกลงในข้อเสนอสันติภาพ
- คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ: การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอาจเข้าข่าย "อาชญากรรมสงคราม"
- ปฏิกิริยาจากอิหร่าน: รัฐบาลเตหะรานปฏิเสธข่าวการเจรจา และกล่าวหาว่าทรัมป์โกหกเพื่อใช้เป็นฉากบังหน้าในการเตรียมการบุกภาคพื้นดิน
ตลาดหุ้นขานรับ แต่ราคาน้ำมันยังทรงตัวระดับสูง
- น้ำมัน: สัญญาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับลดลงเล็กน้อย (1.3% และ 0.7% ตามลำดับ) แต่ราคายังคงยืนเหนือ $100 ต่อบาร์เรล
- หุ้น: ตลาดหุ้นฮ่องกง, เซี่ยงไฮ้, ซิดนีย์ และสิงคโปร์ ปิดในแดนบวก ส่วนโตเกียวมีความผันผวน ขณะที่โซลและมะนิลาปรับตัวร่วงลง
- มุมมองนักวิเคราะห์: ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากมีการปฏิบัติการภาคพื้นดินหรือการโต้กลับจากอิหร่าน ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงถึง $150 ต่อบาร์เรล เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2008
วิกฤตพลังงานโลก: นานาชาติเร่งออกมาตรการรับมือ
ขณะที่สงครามเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 รัฐบาลทั่วโลกต่างเร่งออกมาตรการเยียวยาผลกระทบจากค่าครองชีพที่พุ่งสูง
- กลุ่ม G7: ประชุมหารือที่กรุงปารีสเพื่อหาแนวทางลดภาษีเชื้อเพลิงและมาตรการประหยัดพลังงาน
- นอร์เวย์: ประกาศลดภาษีน้ำมันชั่วคราว
- บังกลาเทศ: สั่งข้าราชการปิดไฟและลดการใช้เครื่องปรับอากาศ
- ศรีลังกา: ขึ้นค่าไฟฟ้าเกือบ 40% และสั่งลดวันทำงานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์เพื่อประหยัดพลังงาน
ความเชื่อมั่นจากเฟด (Federal Reserve)
ด้าน 'เจอโรม พาวเวลล์' ประธานเฟด ระบุว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่มองว่าผลกระทบจากราคาพลังงานมักจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และเชื่อว่านโยบายการเงินในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมในการรับมือกับสถานการณ์นี้
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ (ณ เวลา 09:30 น. เวลาไทย)
- น้ำมันดิบ Brent: ลดลง 1.3% อยู่ที่ $106.04 ต่อบาร์เรล
- น้ำมันดิบ WTI: ลดลง 0.7% อยู่ที่ $102.22 ต่อบาร์เรล
- ดัชนี Hang Seng (ฮ่องกง): เพิ่มขึ้น 0.5%
- ดัชนี Nikkei 225 (โตเกียว): ลดลง 0.1%






