น้ำมันพุ่งรับตะวันออกกลางตึง ไทยสำรอง 110 วัน กองทุนติดลบ 6.2 หมื่นลบ.

20 เม.ย. 2569 - 16:48

  • ตะวันออกกลางตึง ดันราคาน้ำมันโลกพุ่ง เสี่ยงเงินเฟ้อ

  • ทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้ 110 วัน ดีเซลผลิต 80.51 ล้านลิตร/วัน

  • กองทุนน้ำมันติดลบกว่า 6.2 หมื่นล้าน อุ้มดีเซลวันละ 185 ล้านบาท

น้ำมันพุ่งรับตะวันออกกลางตึง ไทยสำรอง 110 วัน กองทุนติดลบ 6.2 หมื่นลบ.

ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุอีกครั้ง ตลาดพลังงานถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังสัญญาณความเสี่ยงด้านอุปทานเริ่มกดดันราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานทั่วโลก ขณะที่ประเทศไทยยังคงต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและค่าครองชีพของประชาชน

กระทรวงพลังงาน รายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ ประจำวันที่ 20 เมษายน 2569 ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกในขณะนี้ มาจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังเหตุการณ์กองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงเตือนและเข้ายึดเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ฐานฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อม ส่งผลให้อิหร่านออกมาประณามและขู่ตอบโต้ พร้อมประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 13 ลำต้องเปลี่ยนเส้นทาง ขณะที่ความพยายามเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าวิกฤตอุปทานพลังงานอาจลุกลามไปสู่แรงกดดันเงินเฟ้อในระยะถัดไป

ผลจากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นราว 5-8% จากระดับปิดก่อนหน้าที่ 90.38 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ปรับเพิ่มขึ้นราว 4-7% จากระดับ 83.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และมีการประเมินว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจขยับขึ้นไปแตะระดับ 105-115 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ในส่วนของสถานการณ์พลังงานภายในประเทศ กระทรวงพลังงานระบุว่า ประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อความต้องการใช้ประมาณ 110 วัน แบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 25 วัน น้ำมันระหว่างขนส่ง 37 วัน และน้ำมันที่ยืนยันการจัดหาแล้ว 23 วัน

ด้านการผลิตและการใช้ดีเซล ซึ่งเป็นพลังงานหลักของภาคขนส่งและเศรษฐกิจ พบว่า ณ วันที่ 18 เมษายน 2569 ประเทศไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 80.51 ล้านลิตรต่อวัน และมีการจำหน่ายอยู่ที่ 52.88 ล้านลิตรต่อวัน สะท้อนความต้องการใช้พลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง

สำหรับราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ อ้างอิงข้อมูลจาก ปตท. พบว่า ราคาน้ำมันดีเซล (B7) อยู่ที่ 42.90 บาทต่อลิตร ขณะที่เบนซิน (E20) อยู่ที่ 35.45 บาท และแก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 42.45 บาท โดยเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน ราคาน้ำมันของไทยยังอยู่ในระดับต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ภาระการดูแลราคาพลังงานยังคงสะท้อนผ่านฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งล่าสุด ณ วันที่ 20 เมษายน 2569 อยู่ในระดับติดลบ 62,046.64 ล้านบาท โดยมีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยวันละประมาณ 185.76 ล้านบาท

ทั้งนี้ ภาพรวมสถานการณ์พลังงานยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และต้นทุนเศรษฐกิจของไทยในระยะต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์