PPI ไทย ‘หด’ พลังงานลง บาทแข็งกดราคา

6 ม.ค. 2569 - 10:49

  • ดัชนีราคาผู้ผลิต ธ.ค. 2568 ลดลง 1.8% ตามราคาพลังงานโลก

  • ภาคเกษตร-เหมืองหดแรง จากการแข่งขันสูงและอุปทานล้นตลาด

  • ค่าเงินบาทแข็ง กดราคาสินค้าเพื่อการส่งออก แนวโน้มปี 2569 ยังซบ

PPI ไทย ‘หด’ พลังงานลง บาทแข็งกดราคา

ดัชนีราคาผู้ผลิต ธ.ค. 2568 หดตัว 1.8%
ราคาพลังงานโลกอ่อน-บาทแข็ง กดต้นทุนภาคผลิต

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของไทยในเดือนธันวาคม 2568 ปรับตัวลดลงตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลกที่อ่อนตัวลง ประกอบกับค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่า ส่งผลให้ราคาสินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออกปรับลดลงในหลายหมวด

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 109.0 ลดลง 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยการปรับตัวลดลงเกิดขึ้นในเกือบทุกหมวดหลัก ทั้งภาคเกษตร เหมืองแร่ และอุตสาหกรรม

moc-ppi-thailand-dec68-economy-SPACEBAR-Photo01.jpg

ภาคเกษตรและประมง เป็นหมวดที่ราคาปรับลดลงมากที่สุด ลดลงถึง 10.4% จากราคาสินค้าเกษตรสำคัญหลายรายการ อาทิ ข้าวเปลือก ที่เผชิญการแข่งขันสูงในตลาดโลก ผลปาล์มสด ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันปาล์มดิบและราคาพลังงานโลกที่ลดลง รวมถึงยางพารา สุกร โคมีชีวิต และกุ้งแวนนาไม ที่ราคาปรับลดลงตามความต้องการบริโภคที่ชะลอตัว อย่างไรก็ดี ผักสดบางชนิด เช่น มะนาว คะน้า และผักชี ปรับราคาสูงขึ้นจากผลผลิตที่ลดลงจากปัญหาอุทกภัยในช่วงก่อนหน้า

หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง ลดลง 10.2% โดยมีปัจจัยหลักจากราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่เคลื่อนไหวตามตลาดโลก รวมถึงแร่โลหะอย่างแร่เหล็กและสังกะสี ที่ความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมลดลง ขณะที่สินค้าบางรายการ เช่น หินก่อสร้าง มีราคาสูงขึ้นจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น

ส่วน หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ลดลงเล็กน้อยที่ 0.3% จากราคากลุ่มพลังงานและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวลดลงตามตลาดโลก รวมถึงกลุ่มอาหารและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า และการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี สินค้าบางกลุ่มยังปรับราคาสูงขึ้น เช่น ทองคำและเครื่องประดับ จากความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย รวมถึงวัสดุก่อสร้างบางประเภท จากการซ่อมแซมและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังเกิดภัยพิบัติ

สำหรับ แนวโน้มดัชนีราคาผู้ผลิตในปี 2569 สนค.ประเมินว่ายังมีโอกาสปรับลดลงต่อเนื่องจากปี 2568 หรือทรงตัวในกรอบจำกัด โดยยังถูกกดดันจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่า การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดส่งออกสินค้าเกษตร และการไหลเข้าของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปี อาจเห็นการฟื้นตัวเล็กน้อยเป็นบางช่วง จากการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในฤดูกาลท่องเที่ยว

นันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลดลงของดัชนีราคาผู้ผลิตในเดือนธันวาคม 2568 สะท้อนแรงกดดันหลักจาก ราคาพลังงานโลก ค่าเงินบาทแข็ง และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งทำให้อุปทานส่วนเกินในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง และส่งผลต่อราคาสินค้าที่ผลิตในประเทศโดยรวม

moc-ppi-thailand-dec68-economy-SPACEBAR-Photo02.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์