ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่เผชิญการสูญเสียนักท่องเที่ยวยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ประเทศในยุโรปใต้กลับได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทาง
ตามข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวไทย พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวยุโรปที่เดินทางเข้าไทยในเดือนเมษายนลดลงอย่างรุนแรง โดยนักท่องเที่ยวเยอรมันลดลง 29% และอิตาลีลดลง 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สาเหตุหลักจากสงครามและราคาน้ำมัน
ความไม่สงบในตะวันออกกลางทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัย และการหยุดชะงักของสนามบินในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น นักท่องเที่ยวยุโรปจึงเลือกเดินทางท่องเที่ยวในระยะใกล้มากขึ้น
บริษัท TUI ของเยอรมนี ผู้ประกอบการทัวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ปรับลดคาดการณ์กำไรเดือนที่ผ่านมา และถอนแนวทางรายได้ หลังเตือนถึง "ความระมัดระวังของผู้บริโภค" ที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง
ยุโรปใต้ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนเส้นทาง
Aarin Chiekrie นักวิเคราะห์จาก Hargreaves Lansdown ระบุว่า แม้นักท่องเที่ยวจะระมัดระวังมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยกเลิกแผนการเดินทางทั้งหมด โดยข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเพียงแต่รอจองช้าลง
World Travel and Tourism Council คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในยุโรปจะเพิ่มขึ้น 7.1% ในปีนี้ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภาคส่วนอื่น เนื่องจาก "นักท่องเที่ยวเลือกจุดหมายปลายทางที่ใกล้บ้านมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์"
สเปนและอิตาลีเป็นผู้ได้ประโยชน์หลัก
Rafael Pampillon Olmedo ศาสตราจารย์จาก IE Business School ในสเปน อธิบายว่า สงครามกำลัง "ทำให้เกิดการหยุดชะงักของการไหลของนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ และเปลี่ยนเส้นทางความต้องการไปยังจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยกว่า"
ประเทศในยุโรปใต้ที่มีแสงแดด โดยเฉพาะอิตาลีและสเปน คาดว่าจะได้รับผลประโยชน์มากที่สุด ขณะที่โมร็อกโกก็เริ่มเห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยฤดูกาลท่องเที่ยวเริ่มต้นหลังเดือนรอมฎอนจบลง แทนที่จะเป็นกลางเดือนพฤษภาคมตามปกติ
แม้เผชิญความท้าทาย แต่สภาการค้าและการท่องเที่ยวโลกประเมินว่าภาคการท่องเที่ยวยังคงขยายตัวในอัตรา 3.2% เร็วกว่าเศรษฐกิจโลกที่ 2.4% ในปีนี้






