เศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี 2569 ยังเดินหน้าขยายตัวได้ต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความผันผวนด้านการค้าโลก โดยแรงส่งสำคัญยังมาจากการลงทุน การส่งออกสินค้าเทคโนโลยี และการใช้จ่ายภาคเอกชน ขณะที่ภาคท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง
ล่าสุด สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. แถลงภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก ปี 2569 โดยระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัวร้อยละ 2.8 เร่งขึ้นจากร้อยละ 2.5 ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแรงขับเคลื่อนจากหลายภาคส่วน
ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรก มาจากการส่งออกสินค้า การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐที่ขยายตัวดีขึ้น ขณะที่การบริโภคของประชาชนยังเติบโตต่อเนื่อง
ด้านการใช้จ่ายภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 3.2 โดยประชาชนยังใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในหลายหมวด ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า รองเท้า รถยนต์ และการท่องเที่ยวภายในประเทศ สะท้อนกำลังซื้อที่ยังพอขยับได้ แม้เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน
ขณะที่การลงทุนรวม ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 9.9 ถือเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส หรือกว่า 11 ปี โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.1 จากการลงทุนในเครื่องจักร เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล
ภาคการส่งออกยังเป็น ‘พระเอก’ สำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยมูลค่าส่งออกสินค้าอยู่ที่ 95,096 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 17.8 เร่งขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีในตลาดโลก โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สื่อสาร
ตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ จีน อาเซียน และสหภาพยุโรป ยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นแรงเช่นกัน ส่งผลให้ไทยกลับมาขาดดุลการค้าเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ไตรมาส
ด้านภาคเกษตร ยังขยายตัวร้อยละ 1.2 โดยผลผลิตไม้ผลเพิ่มขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะ ‘ทุเรียน’ ที่ผลผลิตพุ่งถึงร้อยละ 139 ขณะที่มังคุดและลิ้นจี่เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดยังลดลง ส่งผลให้รายได้เกษตรกรโดยรวมยังหดตัว

ภาคท่องเที่ยวเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยรายได้รวมจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 หลังรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด-19
สำหรับภาคอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 0.9 โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ยานยนต์ และอาหารสัตว์ยังเติบโตได้ดี สอดคล้องกับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น

ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์บริหารจัดการได้ อัตราว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 0.91 ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปติดลบร้อยละ 0.5 และทุนสำรองระหว่างประเทศยังอยู่ในระดับสูงกว่า 280,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม สศช. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569 ยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาพลังงาน ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และมาตรการกีดกันทางการค้า
โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวในกรอบร้อยละ 1.5 - 2.5 มีค่ากลางที่ร้อยละ 2.0 ขณะที่การส่งออกทั้งปีคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 9.6 และการลงทุนภาคเอกชนยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี
สศช. ยังเสนอให้ภาครัฐเร่งมาตรการดูแลต้นทุนพลังงาน ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เร่งเบิกจ่ายงบลงทุน และผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาวต่อไป





