ทำไม “ราคาโลหะ” พุ่งแรงทุบสถิติปลายปี 2025

24 ธ.ค. 2568 - 15:04

  • ทองคำขึ้น 70% ทะลุ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ครั้งแรก

  • เงินแตะสถิติใหม่ 72 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 2.5 เท่า

  • ทองแดงทะลุ 12,000 ดอลลาร์ต่อตัน จากบูม AI และพลังงานหมุนเวียน

ทำไม “ราคาโลหะ” พุ่งแรงทุบสถิติปลายปี 2025

ราคาทั้งโลหะมีค่าและโลหะอุตสาหกรรมพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงปลายปี 2025 จากแรงกดดันทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ความต้องการภาคอุตสาหกรรมที่เร่งตัว และปัญหาด้านอุปทานในหลายประเทศ

สำนักข่าว AFP สรุปปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการพุ่งขึ้นของราคาโลหะดังนี้


โลหะกลับมาเป็น “สินทรัพย์หลบภัย”


ทองคำและเงินยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย โดยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่สงครามในยูเครนและกาซา ไปจนถึงนโยบายภาษีเชิงรุกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้นักลงทุนหันมาถือโลหะมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ความกังวลต่อหนี้สาธารณะของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และความเสี่ยงฟองสบู่ในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็ยิ่งกระตุ้นแรงซื้อ

นักวิเคราะห์มองว่า “โลหะกำลังถูกมองเป็นประกันความเสี่ยง มากกว่าสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร”


ดอลลาร์อ่อนค่า ดันโลหะพุ่ง!

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง และแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ทำให้สินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างดอลลาร์และพันธบัตรสหรัฐเสน่ห์ลดลง

ผลคือเงินทุนไหลเข้าสู่ทองคำและเงินอย่างต่อเนื่อง
ทองคำ ปรับขึ้นกว่า 70% ในปีเดียว ทะลุ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรก
เงิน ทำสถิติใหม่ที่ 72 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 2.5 เท่า นับจากต้นปี

ดอลลาร์ที่อ่อนค่ายังช่วยหนุนโลหะอุตสาหกรรม เพราะทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ถูกลงสำหรับผู้ซื้อทั่วโลก



ดีมานด์ใหม่จาก AI และพลังงานสะอาด

ความต้องการโลหะอุตสาหกรรมพุ่งขึ้นอย่างมาก จากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ทองแดง ซึ่งใช้ในแผงโซลาร์ กังหันลม รถยนต์ไฟฟ้า และดาต้าเซ็นเตอร์ ทำราคาสูงสุดใหม่ ทะลุ 12,000 ดอลลาร์ต่อตัน
อะลูมิเนียม และ เงิน ได้อานิสงส์จากการใช้งานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
แพลทินัม และ พัลลาเดียม พุ่งขึ้น หลังสหภาพยุโรปเปิดทางให้รถเครื่องยนต์สันดาปขายต่อได้หลังปี 2035


อุปทานตึงตัว ซ้ำเติมราคา

ความกังวลเรื่องภาษีนำเข้าของสหรัฐ ทำให้หลายบริษัทเร่งกักตุนทองแดง ขณะที่การหยุดชะงักของเหมืองในคองโก ชิลี และอินโดนีเซีย เพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทาน

ตลาดโลหะอย่างเงิน แพลทินัม และอะลูมิเนียม ก็เผชิญภาวะตึงตัวเช่นกัน โดยการซื้อขายช่วงวันหยุดปลายปีที่มีสภาพคล่องต่ำ ยิ่งทำให้ราคาเหวี่ยงแรงจากแรงเก็งกำไรและความกลัว “ตกรถ”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์