เมอร์เคิล แคปปิตอล ประเมินภาพรวมตลาดการเงินโลกหลังผ่านไตรมาส 1 มาเพียงหนึ่งเดือน ยังไม่สะท้อนทิศทางใหม่อย่างชัดเจน โดยความผันผวนส่วนใหญ่ยังคงขับเคลื่อนจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และการปรับความคาดหวังของนักลงทุนต่อสภาพคล่องโลก แนะนักลงทุนประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ บริหารความเสี่ยงใกล้ชิด และรอจังหวะเมื่อทิศทางเริ่มชัดเจนมากขึ้น
ตลาดโลกยังอยู่ในช่วง “เลือกทาง”
วรเมธ จันทร์เสน Investment Consultant บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลรายแรกของไทยภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่า การเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงต้นปีเป็นเพียงภาพสะท้อนระยะสั้น มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของแนวโน้มการลงทุน
ปัจจัยสำคัญมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ โดยเฉพาะกระบวนการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งทำให้นักลงทุนทั่วโลกจับตาท่าทีของผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งต่อจาก Jerome Powell รวมถึงบทบาททางการเมืองของ Donald Trump และชื่อของ Kevin Warsh ที่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิง
ความคาดหวังสภาพคล่องเปลี่ยน กดดันสินทรัพย์เสี่ยง
ช่วงต้นเดือน ตลาดยังมีมุมมองเชิงบวกจากความหวังว่าสภาพคล่องอาจเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงได้รับแรงซื้อ อย่างไรก็ตาม เมื่อรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งเริ่มชัดเจน และตลาดประเมินว่านโยบายอาจเน้นควบคุมเงินเฟ้อมากกว่าการอัดฉีดสภาพคล่อง ทำให้ตลาดปรับฐานอย่างรวดเร็ว
คริปโทเคอร์เรนซีและสินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง ขณะที่ทองคำและโลหะมีค่าถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และเงินทุนบางส่วนไหลกลับไปยังสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงมากขึ้น
คริปโทฯ เข้าสู่ตลาดหมี แต่โครงสร้างยังแข็งแรง
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีถูกมองว่าเข้าสู่ภาวะตลาดหมี หลังราคาปรับตัวลงต่อเนื่องราว 4 เดือน หรือประมาณ 40% จากจุดสูงสุด อย่างไรก็ตาม การปรับฐานรอบนี้ถือว่ามีความ Healthy มากขึ้น เนื่องจากไม่ได้เกิดจากฟองสบู่การใช้ Leverage สูงเหมือนในอดีต แต่เป็นแรงขายจากสภาพคล่องจริง
ระดับราคาที่นักลงทุนจับตา ได้แก่
• 70,000–75,000 ดอลลาร์ ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนสถาบัน
• 56,000 ดอลลาร์ ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนทั้งตลาด
• 45,000 ดอลลาร์ ระดับต่ำสุดของรอบตลาดก่อนหน้าในเชิงสถิติ
ด้านกระแสเงินลงทุนจากสถาบันเริ่มมีสัญญาณบวก หลัง Bitcoin Spot ETF มียอดซื้อสุทธิกว่า 560 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ขณะที่ Ethereum ยังต้องการแรงหนุนด้านสภาพคล่องเพิ่มเติมในระยะสั้น
ทองคำ–โลหะเงิน–AI ยังมีบทบาทระยะยาว
ราคาทองคำยังถูกกดดันจากดอลลาร์แข็งค่าและนโยบายการเงินที่เข้มงวด แต่หากอุปทานจำกัดและความต้องการถือครองเพื่อป้องกันเงินเฟ้อยังอยู่ ก็ยังมีโอกาสฟื้นตัวในระยะยาว
ด้านโลหะเงิน (Silver) แม้ราคาปรับลงตามปัจจัยมหภาค แต่ Inventory ในตลาดโลกยังลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้ายังคงเป็นแรงสนับสนุน
ส่วนเทคโนโลยี AI ถูกมองว่ากำลังเคลื่อนตามรูปแบบ S-Curve จากช่วงเติบโตเร่งตัว สู่ช่วงพักฐาน และคาดว่าจะเข้าสู่การใช้งานในวงกว้างภายใน 5–10 ปีข้างหน้า
กลยุทธ์ Q1 เน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา
เมอร์เคิล แคปปิตอล แนะนำว่านักลงทุนควรเน้นการถือเงินสดหรือกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดยังผันผวนสูง สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทุนใน Bitcoin อาจใช้ระดับ 70,000–75,000 ดอลลาร์ เป็นโซนสำหรับการศึกษาและประเมินจังหวะสะสมในระยะยาว
โดยช่วงเวลานี้ยังไม่ใช่จังหวะของการไล่ราคา แต่เป็นช่วงของการคัดเลือกจังหวะและบริหารความเสี่ยง เพื่อเตรียมรับโอกาสเมื่อทิศทางนโยบายและสภาพคล่องโลกเริ่มชัดเจนมากขึ้น




