KSS ระบุว่า ผลการเลือกตั้งปี 2569 ที่นำไปสู่รัฐบาลใหม่ซึ่งมีเสถียรภาพสูง เป็นปัจจัยสำคัญหนุนการ Re-rating ตลาดหุ้นไทย โดยคาดว่า SET Index มีโอกาสปรับขึ้น 8–10% ในช่วง 3 เดือน จากแรงหนุนของนโยบายเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ และกระแสเงินทุนต่างชาติที่มีแนวโน้มไหลกลับ
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุว่า ผลการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ถือเป็น “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ของตลาดทุนไทย หลังพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะด้วยจำนวนที่นั่งราว 195–200 เสียง ใกล้เคียงระดับ Landslide และสูงกว่ากรณีฐานเดิมที่ตลาดประเมินไว้
ผลลัพธ์ดังกล่าวนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูง เพิ่มโอกาสในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการ Re-rating SET Index หลังถูก Underweight มาเป็นเวลานาน
Election 2026: Catalyst ใหม่ของตลาดหุ้นไทย
KSS ประเมินว่าโครงสร้างการเมืองรอบนี้มีลักษณะคล้ายปี 2554 ที่ตลาดตอบรับเชิงบวกจากรัฐบาลเสียงข้างมาก โดยในอดีต SET Index ปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายใน 3–6 เดือนหลังการเลือกตั้ง
จากมุมมองดังกล่าว ทีมกลยุทธ์คาดว่า
• SET Index มีโอกาสปรับขึ้น 8–10% ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า
• ปรับกรอบดัชนีระยะ 3 เดือนเป็น 1,420–1,500 จุด
• คงเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 1,475 จุด อิง PER 15.9 เท่า และ EPS Growth +8% y-y
Election Play: ลงทุน + เศรษฐกิจในประเทศ
KSS ชูธีม “Election Play” ซึ่งเป็นการลงทุนที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากนโยบายรัฐและการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก
1) กลุ่มลงทุน–FDI–โครงสร้างพื้นฐาน
STECON, GULF, EGCO, KTB, KBANK, ADVANC, AMATA, WHA, SCC, PYLON, INSET, STPI
ได้อานิสงส์จากการเร่งลงทุนภาครัฐ การลดขั้นตอน FDI และ Fund Flow ต่างชาติ
2) กลุ่ม Domestic & Services
BDMS, CPALL, AOT, CENTEL, MTC, KTC, PLANB
หนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศ
Top Picks เด่นสุดจาก Election Play
STECON | GULF | CPALL | KTB | AOT
ขณะที่ KSS Alpha Espresso Picks เน้นหุ้นที่ได้แรงส่งจากการลงทุนภาครัฐ การท่องเที่ยว และ Global Play โดยชู AOT จากค่าธรรมเนียมสนามบินที่เพิ่มขึ้น และแรงหนุนฤดูกาลท่องเที่ยว รวมถึงหุ้นพลังงาน–โครงสร้างพื้นฐานที่ได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐโดยตรง



