หุ้นไทยขานรับผลเลือกตั้ง ดัชนีดีดขึ้นกว่า 40 จุด ทำจุดสูงสุดที่ 1,398.86 จุด บวกเกือบ 3%
บล.เอเซียพลัสจับตา รัฐบาลใหม่ ‘ภูมิใจไทย’ หลังแลนด์สไลด์เลือกตั้ง หนุนเสถียรภาพการเมือง-ฟันด์โฟลว์มีโอกาสไหลเข้า
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเริ่มกลับมาคึกคัก หลังผลการเลือกตั้งปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการสะท้อนภาพความชัดเจนทางการเมือง เมื่อ พรรคภูมิใจไทย คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย (Landslide) ก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่งสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพนโยบายเศรษฐกิจในระยะถัดไป
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) ระบุว่า ผลการนับคะแนนกว่า 92.83% ชี้ชัดว่าพรรคภูมิใจไทยกวาดที่นั่งได้ราว 194 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเลือกตั้งปี 2566 ตามมาด้วยพรรคประชาชน 116 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทย 76 ที่นั่ง ทำให้สมการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีความแข็งแรงสูง ไม่ว่าจะผนึกกำลังกับขั้วใดก็มีเสียงข้างมากเกิน 270–327 เสียง ลดความไม่แน่นอนทางการเมืองลงอย่างมีนัยสำคัญ
ASPS ประเมินว่า ภาพการเมืองที่นิ่งขึ้นจะเป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน และเอื้อต่อการตัดสินใจลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่
เปิดนโยบายเรือธงภูมิใจไทย กระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่
ฝ่ายวิจัยฯ ระบุว่า รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย เตรียมเดินหน้านโยบายหาเสียงวงเงินรวมราว 1.48 แสนล้านบาท ครอบคลุมทั้งการลดค่าครองชีพและการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก อาทิ
• ลดค่าไฟ เหลือหน่วยละ 3 บาท สำหรับ 200 หน่วยแรก
• โครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ กระตุ้นกำลังซื้อ
• โครงการทหารอาสา ปฏิรูปกองทัพ
• พยาบาลอาสา รองรับสังคมผู้สูงวัย
• มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท
อย่างไรก็ดี ASPS ตั้งข้อสังเกตว่า ความท้าทายสำคัญของรัฐบาลใหม่อยู่ที่ การบริหารภาระงบประมาณและวินัยการคลัง เพื่อไม่ให้ระดับหนี้สาธารณะปรับขึ้นจนเข้าใกล้เพดาน 70% ของ GDP ซึ่งจะเป็นประเด็นที่ตลาดติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะถัดไป
ตลาดหุ้นไทยลุ้นแรงส่งหลังเลือกตั้ง
ในเชิงกลยุทธ์ตลาดทุน ASPS มองว่า SET Index มีโอกาสเข้าสู่ช่วง Post-Election Rally โดยอ้างอิงสถิติในอดีตที่พบว่า 1 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง ตลาดหุ้นไทยมักปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 2.5% ประกอบกับทิศทางค่าเงินบาทที่เริ่มแข็งค่า สะท้อนโอกาสการไหลกลับของเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้
กลยุทธ์ลงทุน “เกาะธีมนโยบาย-บริโภค-ท่องเที่ยว”
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นถึงกลาง แนะนำให้นักลงทุนให้น้ำหนักกับหุ้นที่ได้อานิสงส์จากนโยบายรัฐบาลใหม่ การฟื้นตัวของการบริโภค และการท่องเที่ยว โดยหุ้นเด่นที่ ASPS แนะนำ ได้แก่
กลุ่มบริโภคและสินเชื่อรายย่อย: CPALL, CPAXT, BJC, TIDLOR, MTC
กลุ่มท่องเที่ยวและการแพทย์: BDMS, PR9, CENTEL, ERW
กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน: STECON, GULF
มองไกลตลาดโลก ญี่ปุ่นหนุนบรรยากาศลงทุนเอเชีย
นอกจากปัจจัยในประเทศ ตลาดเอเชียยังได้รับแรงหนุนจากการเมืองญี่ปุ่น หลังพรรค LDP ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีหญิง ซานาเอะ ทาคาอิจิ ชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ สร้างความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น และช่วยเสริมบรรยากาศเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาค
ASPS มองว่า หากรัฐบาลไทยชุดใหม่สามารถเดินหน้านโยบายได้อย่างต่อเนื่องและรักษาวินัยการคลัง ตลาดหุ้นไทยยังมีพื้นที่ให้ ‘รีเรตติ้ง’ ได้ในระยะถัดไป ท่ามกลางความชัดเจนทางการเมืองที่กลับมาอีกครั้ง



