เงินบาทอ่อนตามดอลลาร์แข็ง
เสี่ยงผันผวนจากตะวันออกกลาง
ภาวะตลาดการเงินโลกยังคงแกว่งตัวท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อทั้งราคาพลังงาน ทิศทางดอกเบี้ย และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น และดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า กำลังกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงในระยะสั้น
พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย วิเคราะห์ว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (23 เม.ย. 2569) ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 32.18 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Up ทดสอบแนวต้านบริเวณ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ ในกรอบ 32.16–32.34 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ โดยเฉพาะ Brent ปรับขึ้นทดสอบระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดการเงินสหรัฐฯ ยังอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง จากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาด หนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับราว 4.34% สะท้อนมุมมองตลาดที่ลดความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เหลือเพียงประมาณ 26% สำหรับปีนี้ ยิ่งเพิ่มแรงหนุนต่อดอลลาร์ และกดดันสกุลเงินฝั่งเอเชีย รวมถึงเงินบาท
ในฝั่งสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำปรับลดลงมาแถว 4,700–4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงขายทำกำไรและบรรยากาศ Risk-on ของตลาดสหรัฐ ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้เงินบาทอ่อนค่า
สำหรับแนวโน้มระยะสั้น Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่าเงินบาทยังเผชิญความเสี่ยง ‘สองทาง’ (Two-way risk) จากความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์ โดยหากสถานการณ์ตะวันออกกลางทวีความรุนแรง อาจเห็นเงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และมีโอกาสไปถึง 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม จากแรงกดดันเพิ่มเติมของกระแสเงินปันผลไหลออก
อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และมีสัญญาณการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อาจช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่ากลับมาทดสอบโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ แต่การแข็งค่าจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากนักลงทุนยังรอความชัดเจนของปัจจัยเสี่ยง
ทั้งนี้ กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ 32.10-32.45 บาทต่อดอลลาร์ โดยนักลงทุนควรติดตามทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และพัฒนาการในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยง เช่น Options เพื่อรับมือกับความผันผวนที่ยังอยู่ในระดับสูง




