GULF ปิดดีลเงินกู้ 6 หมื่นล้านบาท เดินหน้าลงทุนไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 27 โครงการ หนุนเป้าหมาย Net Zero
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้รวม 60,000 ล้านบาท (ประมาณ 1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อใช้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจำนวน 27 โครงการรวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 939 เมกะวัตต์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

โครงการดังกล่าวประกอบด้วย
• โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโซลาร์ร่วมระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System - BESS) จำนวน 15 โครงการ กำลังการผลิตรวม 843 เมกะวัตต์ และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2567-2569
• โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม จำนวน 12 โครงการ กำลังการผลิตรวม 96 เมกะวัตต์ และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570
ทั้งหมดดำเนินการผ่านบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด และบริษัท กัลฟ์ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี โฮลดิ้งส์ จำกัด
โซลาร์-แบตเตอรี่ เดินเครื่องแล้วเกินครึ่ง
สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และโซลาร์ร่วมแบตเตอรี่ 15 โครงการ มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 43,000 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนเงินกู้จากสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ นำโดย ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ในฐานะผู้จัดหาเงินกู้หลัก
ปัจจุบัน โครงการในกลุ่มนี้ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 12 โครงการ กำลังการผลิตรวม 649 เมกะวัตต์ ในช่วงปี 2567-2568 ส่วนอีก 3 โครงการ อยู่ระหว่างก่อสร้าง และคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องในปี 2569
โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
ขณะเดียวกัน GULF ยังเดินหน้าลงทุนใน โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม 12 โครงการ มูลค่าเงินกู้รวมประมาณ 17,000 ล้านบาท มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 โดยมุ่งแปรรูปขยะอุตสาหกรรมให้เป็นพลังงาน ลดการฝังกลบ และยกระดับการจัดการของเสียอย่างยั่งยืน
GULF มั่นใจ สถาบันการเงินหนุนพลังงานสะอาด
สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF ระบุว่า การได้รับการสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา เช่น ADB และธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพและทิศทางธุรกิจของ GULF ซึ่งปัจจุบันมีโครงการพลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบ ทั้งโซลาร์ ลม น้ำ และพลังงานจากขยะ

การลงทุนครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบาย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) และเป้าหมายของประเทศไทยในการบรรลุ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593
ด้าน Mr. Aaron Batten ผู้อำนวยการสำนักงานเอดีบีประจำประเทศไทย ระบุว่า การสนับสนุนทางการเงินแก่ GULF ครั้งนี้ สะท้อนบทบาทสำคัญของการลงทุนภาคเอกชนในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน และเป็นรากฐานสำคัญของระบบพลังงานที่ยั่งยืนในระยะยาว

ขณะที่ กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวด้วยว่า การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานเชิงนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ทั้งปัญหาการจัดการขยะและความต้องการใช้พลังงานคาร์บอนต่ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโครงสร้างทางการเงินของโครงการนี้ นับเป็นต้นแบบของการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม ที่สามารถสร้างสมดุลระหว่าง ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดพลังงานไทยอย่างรวดเร็ว




