ทองผันผวน ดอลลาร์แข็ง ชนเฟดสายดอกเบี้ยต่ำ

5 ม.ค. 2569 - 04:27

  • ฮั่วเซ่งเฮง ชี้ทองคำเผชิญแรงกดดัน ดอลลาร์แข็ง-เฟดอาจคงดอกเบี้ย

  • ตลาดจับตาแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ เดือน ม.ค. สัญญาณดอกเบี้ยต่ำ

  • ความคืบหน้าสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน ลดแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

ทองผันผวน ดอลลาร์แข็ง ชนเฟดสายดอกเบี้ยต่ำ

ราคาทองคำในประเทศเปิดเช้านี้เคลื่อนไหวผันผวน ตามทิศทางราคาทองคำโลกที่ยังเผชิญแรงกดดันจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ท่ามกลางปัจจัยการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส (HSH) ระบุว่า ภาพรวมราคาทองคำในระยะสั้นยังอยู่ในภาวะ ‘ทางสองแพร่ง’ โดยมีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบเข้ามากระทบพร้อมกัน ทำให้ราคายังแกว่งตัวในกรอบ และยังไม่สามารถเลือกทิศทางได้ชัดเจน

ปัจจัยหนุนราคาทอง (Gold Bullish)

หนึ่งในปัจจัยบวกสำคัญ คือ กระแสคาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศรายชื่อประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ในช่วงเดือนมกราคมนี้ ซึ่งตลาดมองว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่ออาจเป็นบุคคลที่มีแนวคิดสนับสนุนการลดดอกเบี้ยมากกว่าปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อความเป็นอิสระของเฟด และอาจกระทบความเชื่อมั่นต่อเงินดอลลาร์ในระยะถัดไป ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ปัจจัยกดดันราคาทอง (Gold Bearish)

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังถูกกดดันจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความคืบหน้าของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่มีสัญญาณเข้าใกล้การเจรจาสันติภาพมากขึ้น ส่งผลให้แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์หลบภัยเริ่มชะลอลงในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) ล่าสุด สะท้อนว่า กรรมการเฟดจำนวนหนึ่งยังมีความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับค่อนข้างสูง และเห็นควรให้ ‘คงอัตราดอกเบี้ย’ ไว้ระยะหนึ่ง หลังจากการปรับลดดอกเบี้ยครั้งก่อน ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่า เฟดอาจคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมกราคม 2569 ซึ่งเป็นอีกปัจจัยลบต่อราคาทองคำ

นอกจากนี้ รายงานโครงสร้างงบดุลของเฟดยังสะท้อนว่า สภาพคล่องเงินดอลลาร์ในระบบมีแนวโน้มลดลงชั่วคราว จากการเพิ่มขึ้นของธุรกรรม Reverse Repo และเงินฝากของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กับเฟด ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าในระยะสั้น และกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ตลาดจับตา

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่า ตลาดจะให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายรายการ อาทิ ดัชนี PMI และดัชนี ISM ภาคการผลิตและบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจาก ADP จำนวนตำแหน่งงานเปิดรับใหม่จาก JOLTS ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รวมถึงการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนธันวาคม ซึ่งล้วนมีผลต่อการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยเฟดและค่าเงินดอลลาร์

แนวโน้มราคาทองคำ

ในเชิงเทคนิค ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า ราคาทองคำโลกมีแนวโน้มแกว่งตัวในลักษณะ Sideway โดยอาจอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญ หากปัจจัยกดดันจากดอลลาร์แข็งค่าและความคาดหวังคงดอกเบี้ยยังดำเนินต่อไป อย่างไรก็ดี หากตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับประเด็นสภาพคล่องดอลลาร์ในระบบ และความคืบหน้าการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ที่มีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงิน อาจหนุนให้ราคาทองคำกลับมาแข็งแรงและทดสอบแนวต้านได้อีกครั้ง

สำหรับทองคำแท่งในประเทศฮั่วเซ่งเฮง แนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว โดยเน้นการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์