ราคาทองคำในประเทศขยับขึ้น 50 บาท โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำประจำวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 10.58 น. ครั้งที่ 8 ทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 63,950 บาท และขายออกบาทละ 64,150 บาท เพิ่มขึ้น 50 บาทเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า
ขณะที่ทิศทางทองคำในสัปดาห์นี้ยังต้องจับตาปัจจัยสำคัญ ทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) วันที่ 28-29 ตุลาคม ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และผลประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield)
บทวิเคราะห์จากฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่า ราคาทองคำยังมีแรงกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาด หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 3.6% และระดับ 3.4% ในเดือนก่อนหน้า
หากเฟดส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป อาจหนุนค่าเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ให้ปรับตัวสูงขึ้น เพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำ ขณะที่ผลประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ซึ่งมีกำหนดในวันที่ 27 ตุลาคม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตาม หากผลประมูลออกมาอ่อนแอและดันบอนด์ยีลด์ขึ้น อาจกระตุ้นแรงขายทองคำเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ทองคำยังมีปัจจัยสนับสนุนจากแรงซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก รวมถึงความกังวลต่อแนวโน้มหนี้สาธารณะสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจช่วยพยุงราคาในระยะยาว
เปิดแนวรับ-ต้านทองคำ จับตาทิศทางสัปดาห์นี้
ฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่า ภาพรวมราคาทองคำยังอยู่ในแนวโน้ม Sideways Down หลังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ 4,160 และ 4,260 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้
หากแรงซื้อจากธนาคารกลางยังต่อเนื่อง และตลาดกังวลต่อความเสี่ยงด้านการคลังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ราคาทองคำอาจฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านดังกล่าวได้ แต่หากเฟดส่งสัญญาณเข้มงวด ประกอบกับบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้นและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ผลักดันราคาพลังงานสูงขึ้น ทองคำอาจเผชิญแรงขาย โดยมีแนวรับที่ 3,880 และ 3,780 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับทองคำแท่งในประเทศ บทวิเคราะห์ระบุแนวทางทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวใกล้ 62,150 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 61,500 บาท และแนวต้านที่ 64,800 และ 65,350 บาท
ทั้งนี้ ราคาทองคำและระดับแนวรับ-แนวต้านอาจเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาด นักลงทุนควรติดตามผลการประชุมเฟดและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด





