ราคาทองคำในตลาดโลกสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนตัวลง หลังค่าเงินดอลลาร์ยังแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อด้านพลังงาน ทำให้นักลงทุนระมัดระวังก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) ในสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของราคาทองคำยังอยู่ในช่วง “พักฐาน” มากกว่าจะเข้าสู่แนวโน้มขาลง โดยยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางนโยบายการเงินที่อาจหนุนราคาทองในระยะต่อไป
จับตาความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตาคือสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก โดยมีน้ำมันดิบราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน และก๊าซ LNG ปริมาณมหาศาลต้องผ่านเส้นทางนี้
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยทั้งสองฝ่ายยังไม่มีสัญญาณยุติความขัดแย้งอย่างชัดเจน ทำให้ความเสี่ยงต่อการปิดเส้นทางเดินเรือหรือการโจมตีในพื้นที่ยังคงอยู่
สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ราคาพลังงานผันผวน และเพิ่มแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำในช่วงที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง
ตลาดจับตาผลประชุม FOMC
อีกปัจจัยสำคัญคือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนวันพุธ โดยตลาดคาดการณ์สูงกว่า 97% ว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้
อย่างไรก็ตาม ภายในคณะกรรมการเฟดยังมีความเห็นแตกต่างกันระหว่าง
• กลุ่ม สายเหยี่ยว ที่กังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาสูงขึ้นจากราคาพลังงาน
• กลุ่ม สายนกพิราบ ที่มองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากพลังงานเป็นเพียงผลกระทบชั่วคราว
นักลงทุนจึงต้องจับตาสัญญาณจาก Dot Plot รวมถึงมุมมองของประธานเฟดต่อเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และทิศทางสภาพคล่องในระบบการเงิน ซึ่งอาจกำหนดทิศทางราคาทองในระยะต่อไป
จับตาเงินเฟ้อผู้ผลิตสหรัฐ
ในคืนวันเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐจะประกาศ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง หลังต้นทุนสินค้าปรับเพิ่มจากมาตรการภาษีนำเข้า
หากตัวเลข PPI ยังเร่งตัว อาจเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อและกดดันราคาทอง แต่หากเงินเฟ้อเริ่มชะลอ ก็อาจเปิดทางให้เฟดลดดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ
ความไม่แน่นอนก่อนซัมมิต “สี – ทรัมป์”
ตลาดยังจับตาความเคลื่อนไหวก่อนการพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐและจีนในช่วงปลายเดือนมีนาคม หลังการเตรียมการทางการทูตยังล่าช้า
หากการเจรจาเริ่มมีสัญญาณคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้า อาจเป็นแรงกดดันต่อทองคำ แต่หากความไม่แน่นอนยังดำเนินต่อไป ก็อาจหนุนแรงซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
แนวโน้มราคาทอง
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบ Symmetrical Triangle สะท้อนภาวะพักฐานเพื่อรอปัจจัยใหม่
• แนวต้านสำคัญ: 5,330 – 5,430 ดอลลาร์
• หากทะลุกรอบ อาจขึ้นทดสอบ 5,600 ดอลลาร์
ขณะที่แนวรับอยู่ที่
• 5,000 – 4,850 ดอลลาร์
• หากหลุด มีโอกาสลงทดสอบ 4,670 ดอลลาร์
สำหรับทองคำในประเทศ นักลงทุนระยะยาวอาจทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวใกล้ 76,650 บาท โดยมีแนวต้านที่ 78,850 – 79,600 บาท





