สภาพัฒน์หั่น GDP เหลือ1.3% เสี่ยงจากฮอร์มุซปิด ดันน้ำมัน 150 เหรียญ

3 มี.ค. 2569 - 11:23

  • หวั่น สงครามลากยาว 1 เดือน GDP ชะลอเหลือ 1.6%

  • เสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซ อุปทานน้ำมันโลกสะดุด

  • กองทุนน้ำมัน 2 พันล้านบาท เตรียมพยุงราคา 35 บาท/ลิตร

สภาพัฒน์หั่น GDP เหลือ1.3% เสี่ยงจากฮอร์มุซปิด ดันน้ำมัน 150 เหรียญ

สภาพัฒน์เตือน GDP ไทยอาจร่วง 1.3% หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ-ปิดฮอร์มุซ ดันน้ำมันแตะ 150 เหรียญ

ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่า ได้มีการประเมินความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยใหม่ จากเดิมที่คาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้ไว้ที่ 2%

โดยกรณีฐาน หากสถานการณ์ยุติลงภายใน 1 เดือน คาดว่า GDP ไทยจะชะลอตัวลงเหลือ 1.6% แต่หากความขัดแย้งยืดเยื้อและลุกลามจนกระทบเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยเฉพาะการปิด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ อย่างเต็มรูปแบบ เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงจะขยายตัวได้เพียง 1.3%

เสี่ยงอุปทานน้ำมันโลกสะดุด

เลขาธิการ สศช. ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สัดส่วนสูงของโลก หากเกิดการปิดเส้นทางดังกล่าว จะกระทบอุปทานน้ำมันโลกอย่างรุนแรง และอาจผลักดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งแตะระดับ 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผ่านต้นทุนมายังราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ เพิ่มแรงกดดันต่อค่าครองชีพ ภาคขนส่ง และต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ ซึ่งอาจซ้ำเติมกำลังซื้อและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง

กองทุนน้ำมันยังบวก 2,000 ล้าน เตรียมรับมือ

สำหรับมาตรการภายในประเทศ ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังมีฐานะเป็นบวกประมาณ 2,000 ล้านบาท และเตรียมความพร้อมในการนำเงินกองทุนเข้ามาช่วยพยุงราคาขายปลีก หากราคาน้ำมันพุ่งเกิน 35 บาทต่อลิตร ซึ่งจะเป็นระดับที่ต้องเริ่มพิจารณาเข้าแทรกแซง

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนวงเงินกองทุนไม่เพียงพอ รัฐบาลอาจต้องพิจารณามาตรการเสริมอื่นเพิ่มเติม เช่น การบริหารโครงสร้างภาษีสรรพสามิต หรือแนวทางช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม เหมือนที่เคยดำเนินการในช่วงวิกฤตราคาพลังงานที่ผ่านมา

ชี้ตัวแปรหลักอยู่ที่สหรัฐฯ

ดนุชา พิชยนันท์ ยอมรับว่า การคาดการณ์สถานการณ์ในระยะต่อไปทำได้ยาก เนื่องจากปัจจัยต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน โดยตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางและระยะเวลาของความขัดแย้ง ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะท่าทีของ สหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ ภาครัฐจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในระยะถัดไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์