“Low GDP Growth New Normal” ดร.ธนิต ชี้เศรษฐกิจไทยปีมะเมียชะลอต่อเนื่อง เสี่ยงติดกับดักโตต่ำยาว

6 ม.ค. 2569 - 08:41

  • เศรษฐกิจไทยปี 2569 เสี่ยงขยายตัวต่ำต่อเนื่อง เข้าสู่ภาวะ Low GDP Growth New Normal

  • การเมือง–สงคราม–หนี้ครัวเรือน ฉุดกำลังซื้อและความเชื่อมั่น

  • โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่ คือฟื้นเศรษฐกิจท่ามกลางการแข่งขันภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น

“Low GDP Growth New Normal” ดร.ธนิต ชี้เศรษฐกิจไทยปีมะเมียชะลอต่อเนื่อง เสี่ยงติดกับดักโตต่ำยาว

เศรษฐกิจไทยปีพ.ศ. 2569 กำลังเผชิญความท้าทายรอบด้านและมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราต่ำต่อเนื่อง กลายเป็นภาวะปกติใหม่ หรือ “Low GDP Growth New Normal” ท่ามกลางปัญหาการเมืองไร้เสถียรภาพ ความขัดแย้งด้านความมั่นคง และโครงสร้างเศรษฐกิจที่อ่อนแรงลงอย่างชัดเจน

ดร.ธนิต โสรัตน์ ประธานกรรมการในเครือวี-เซิร์ฟ กรุ๊ป และรองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยบทความวิชาการ “Low GDP Growth New Normal”  โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจไทยปีมะเมียชะลอต่อเนื่อง โดยระบุว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยเผชิญ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ตั้งแต่การเปลี่ยนรัฐบาลหลายครั้ง การยุบสภา ไปจนถึงสงครามไทย–กัมพูชาที่กระทบความเชื่อมั่นและการค้าชายแดนมูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านบาท ทำให้ช่วงครึ่งหลังของปีเกิดสุญญากาศทางนโยบาย ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังชะลอตัวและมีความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์

การบริโภคซบ หนี้สูง เงินเฟ้อต่ำ

ภาคการบริโภคภายในประเทศชะลอลงชัดเจน ครัวเรือนขาดกำลังซื้อจากปัญหาสภาพคล่องและหนี้สิน ส่งผลให้อัตราการขยายตัวลดลงเหลือร้อยละ 2.8 จากปีก่อนที่ขยายตัวได้ร้อยละ 4.4 ขณะที่เงินเฟ้อปีที่ผ่านมาอยู่ในแดนลบ และปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้เพียงร้อยละ 0.4 สะท้อนเศรษฐกิจที่ขาดแรงขับจากอุปสงค์ภายใน

สถานการณ์ดังกล่าวยังกดดันระบบการเงิน โดยหนี้เสียและหนี้เฝ้าระวังรวมกันกว่า 2.7 ล้านล้านบาท ขณะที่การปล่อยสินเชื่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs และอสังหาริมทรัพย์ หดตัวต่อเนื่อง

ส่งออกยังพยุงเศรษฐกิจ แต่แรงส่งเริ่มแผ่ว

ภาคส่งออกยังเป็นเครื่องยนต์หลัก แม้ปีที่แล้วจะขยายตัวโดดเด่น แต่ปี 2569 เผชิญความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาทแข็ง และความตึงเครียดระหว่างประเทศ ทำให้มีโอกาสเติบโตต่ำกว่าปีก่อน อย่างไรก็ตาม ยังมีความหวังว่าช่วงปลายปีจะช่วยประคองไม่ให้ติดลบ

'ความเชื่อมั่น' คือโจทย์ใหญ่ของประเทศ

โจทย์สำคัญของรัฐบาลชุดใหม่หลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือการฟื้นความเชื่อมั่น ทั้งด้านความปลอดภัย การลงทุนจากต่างชาติ และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ ขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามเร่งเครื่องอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มแซงไทยในเชิงขนาดเศรษฐกิจ

ไทยเสี่ยงชินกับเศรษฐกิจโตต่ำ

ข้อมูลย้อนหลังสะท้อนว่า GDP ไทยในช่วง 10 ปีขยายตัวเฉลี่ยเพียงร้อยละ 2.63 และลดลงเหลือร้อยละ 2.14 ในช่วง 5 ปีหลัง สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งสังคมสูงอายุ ผลิตภาพแรงงานต่ำ ขีดความสามารถแข่งขันถดถอย และการเมืองที่ไม่เอื้อต่อการปฏิรูป

ดร.ธนิต มองว่า ความหวังเดียวคือการมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ทีมเศรษฐกิจมืออาชีพ และนโยบายที่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริง พร้อมทิ้งท้ายว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เลือกผู้นำ แต่คือการเลือกอนาคตเศรษฐกิจไทย”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์