ผ่าวิกฤตพลังงานเมษาฯ เดือด! เมื่อสงครามทำน้ำมันพุ่ง ทุบเศรษฐกิจไทยขยับตัวยาก

20 เม.ย. 2569 - 17:42

  • ราคาน้ำมันโลกผันผวนสูงจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง

  • ต้นทุนพลังงานพุ่ง กระทบทั้งระบบเศรษฐกิจเป็นลูกโซ่

  • ตลาดแรงงานยังทรงตัวระยะสั้น แต่เสี่ยงกระทบครึ่งปีหลัง

ผ่าวิกฤตพลังงานเมษาฯ เดือด! เมื่อสงครามทำน้ำมันพุ่ง ทุบเศรษฐกิจไทยขยับตัวยาก

ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย ได้เผยแพร่บทความวิชาการ "วิเคราะห์วิกฤตพลังงานและตลาดแรงงาน" โดยสะท้อนภาพสถานการณ์พลังงานโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ

บทความระบุว่า ภายหลังช่วงสงกรานต์ ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวนจากปัจจัยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาในช่วงสั้น แต่สถานการณ์กลับตึงเครียดอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดนิวยอร์ก (WTI) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 83.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 88.81 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ภายในวันเดียว หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6–7

ในขณะที่ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นในประเทศไทยยังทรงตัว แต่โครงสร้างราคายังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะค่าการกลั่น (GRM) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานโดยรวมยังคงกดดันภาคเศรษฐกิจ

บทความชี้ว่า ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคขนส่ง ซึ่งเป็นต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทาน แม้ภาครัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือ แต่ยังไม่เพียงพอต่อการแบกรับต้นทุนจริง ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาค่าขนส่ง และส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

ผลกระทบดังกล่าวเริ่มสะท้อนผ่านกำลังซื้อของประชาชนที่ชะลอตัว หลังช่วงสงกรานต์บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างเงียบเหงา โดยมีการประเมินว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2569 อาจลดลงเหลือร้อยละ 1.5 จากเดิมที่คาดไว้ร้อยละ 2.0–2.5

สำหรับตลาดแรงงาน บทความระบุว่ายังไม่เห็นผลกระทบชัดเจนในระยะสั้น เนื่องจากยังมีปัจจัยพยุง เช่น การส่งออกที่ขยายตัวสูง โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม เริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวของการจ้างงานในระบบประกันสังคม โดยจำนวนผู้ประกันตนลดลงกว่า 112,800 คนในช่วง 2 เดือนแรกของปี

ทั้งนี้ ภาคการส่งออกและนำเข้ายังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจและการจ้างงาน โดยการส่งออกในรูปเงินดอลลาร์ขยายตัวเกือบร้อยละ 17 ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

ดร.ธนิต เตือนว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและตลาดแรงงานไทยอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้บทความดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยที่ยังต้องพึ่งพาพลังงานนำเข้า และความจำเป็นในการติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบในระยะต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์