พพ.เร่งภาคธุรกิจประหยัดพลังงาน
รับมือราคาน้ำมัน-LNG ผันผวน กดต้นทุน-คุมเสี่ยงเศรษฐกิจ
ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ภายใต้ กระทรวงพลังงาน ออกหนังสือขอความร่วมมือผู้ประกอบการอาคารและโรงงานทั่วประเทศ เร่งดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานอย่างเข้มข้น เพื่อลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และเสริมความมั่นคงพลังงานของประเทศ
พพ. ระบุว่า สถานการณ์โลกที่กระทบราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อาจส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ในระยะถัดไป หากราคาพลังงานยืนระดับสูงต่อเนื่อง จะเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ รวมถึงค่าครองชีพประชาชน
โฟกัสอาคาร-โรงงานใช้พลังงานสูง
มาตรการครั้งนี้มุ่งเน้นให้อาคารและโรงงานทุกแห่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้พลังงานในระดับสูง เร่งบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ
• กำหนดระยะเวลาการเปิด-ปิด หรือลดการใช้งานเครื่องปรับอากาศ
• บริหารการเดินเครื่องเครื่องอัดอากาศ มอเตอร์ขนาดใหญ่ เตาเผา และหม้อไอน้ำให้เหมาะสม
• ลดการใช้พลังงานในช่วงความต้องการไฟฟ้าสูง (Peak)
พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือปรับเพิ่มอุณหภูมิในระบบปรับอากาศ เช่น ระบบชิลเลอร์ (Chiller) และเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type) เพื่อให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลดต้นทุน-ลดความเสี่ยงระบบพลังงาน
พพ. ประเมินว่า การปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานเพียงเล็กน้อยในระดับองค์กร สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อรวมในภาพรวมประเทศ จะช่วยลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ลดการนำเข้า LNG และลดแรงกดดันต่อเสถียรภาพระบบพลังงาน
ในบริบทที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความไม่แน่นอน การบริหารต้นทุนพลังงานจึงเป็นกลไกสำคัญในการรักษาขีดความสามารถการแข่งขันของภาคธุรกิจ และสร้างภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนจากภายนอกประเทศ
ภาครัฐยืนยันจะติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินมาตรการเพิ่มเติม หากมีสัญญาณกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจในวงกว้าง





