กองทุนอนุรักษ์พลังงาน แจง สตง.รับรองบัญชี ย้อน 10 ปี

18 ส.ค. 2569 - 17:46

  • ส.กทอ.แจงผลตรวจสอบ ยืนยัน สตง.รับรองงบการเงินต่อเนื่อง 3 ปี ในปี 2566-2568

  • ย้อนผลตรวจสอบ 10 ปี พบมีเพียงปี 2565 ที่ สตง.ไม่รับรอง ส่วนปีอื่นเป็นการรับรอง รวมถึงการรับรองแบบมีเงื่อนไข

  • เดินหน้าปรับระบบกองทุน ตามข้อเสนอแนะ สตง.-ป.ป.ช. พร้อมย้ำเงินกองทุนตรวจสอบย้อนกลับได้

กองทุนอนุรักษ์พลังงาน แจง สตง.รับรองบัญชี ย้อน 10 ปี

กองทุนอนุรักษ์พลังงาน แจงปม “สตง.ไม่รับรองบัญชี 10 ปี”

ย้ำผลตรวจสอบโปร่งใส ตรวจสอบได้ ชี้มีเพียงปี 2565 ที่ไม่รับรอง พร้อมปรับระบบตามข้อเสนอแนะ สตง.-ป.ป.ช.

ประเด็นเรื่อง ความโปร่งใสในการบริหารเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลในลักษณะที่ระบุว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่รับรองผลทางบัญชีของกองทุนฯ ต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปี จนเกิดคำถามถึงมาตรฐานการบริหารจัดการเงินกองทุนและการใช้จ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับโครงการด้านพลังงานของประเทศ

ท่ามกลางข้อสงสัยดังกล่าว สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) ออกมาชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พร้อมนำผลการตรวจสอบบัญชีในแต่ละปีมาอธิบาย โดยยืนยันว่า สตง.ได้ตรวจสอบและรับรองงบการเงินของกองทุนฯ มาโดยตลอด ยกเว้นปีงบประมาณ 2565 ที่ไม่รับรอง

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงคำว่า ‘รับรอง’ หรือ ‘ไม่รับรอง’ แต่ต้องพิจารณาถึง เงื่อนไขและข้อสังเกตที่ปรากฏในผลการตรวจสอบของแต่ละปี ด้วย

3 ปีล่าสุด สตง.รับรองต่อเนื่อง

รัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการ ส.กทอ. เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในช่วงกลางปี 2566 ได้เดินหน้าปรับปรุงระบบด้านการเงินและบัญชี รวมถึงแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ จนรายงานการเงินและการรับรองงบของกองทุนฯ ได้รับการตรวจสอบและรับรองจาก สตง.ต่อเนื่อง 3 ปี ประกอบด้วย

ปีงบประมาณ 2566

ผ่านการตรวจสอบและรับรองงบการเงิน โดยไม่มีข้อท้วงติงสำคัญ สะท้อนถึงการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการด้านการเงินและบัญชี

ปีงบประมาณ 2567

ได้รับการรับรองงบการเงินต่อเนื่อง พร้อมรักษามาตรฐานด้านระบบควบคุมภายใน

ปีงบประมาณ 2568

สตง.รับรองงบการเงินประจำปีอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำการบริหารจัดการด้านการเงินและบัญชีภายใต้กรอบธรรมาภิบาล

ส.กทอ.ระบุว่า ผลดังกล่าวสะท้อนการบริหารทรัพยากรและงบประมาณแผ่นดินที่ให้ความสำคัญกับความรอบคอบ โปร่งใส และการปฏิบัติตามระเบียบราชการ โดยกระบวนการเบิกจ่ายและจัดสรรเงินสนับสนุนให้แก่ประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

ย้อน 10 ปี ไม่ได้ ‘ไม่รับรอง’ ต่อเนื่อง

เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาผลการตรวจสอบตั้งแต่ปีงบประมาณ 2557 ส.กทอ.ระบุว่า สตง.มีการรับรองผลการตรวจสอบทางบัญชีมาโดยตลอด โดยในหลายปีเป็นการ “รับรองแบบมีเงื่อนไข”

คำว่า “รับรองแบบมีเงื่อนไข” ในบริบทนี้ ไม่ได้หมายความว่า สตง.ปฏิเสธงบการเงินทั้งหมด แต่หมายถึง โดยรวมแล้วรายงานการเงินและงบแสดงฐานะการเงินมีความถูกต้องตามควรในสาระสำคัญ ขณะที่อาจมีรายการบางส่วนที่พบข้อผิดพลาด ไม่เป็นไปตามระเบียบ หรือมีหลักฐานประกอบไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขหรือปรับปรุง

จากข้อมูลที่ ส.กทอ.นำมาชี้แจง ปี 2565 เป็นปีเดียวที่ สตง.ไม่รับรอง เนื่องจากไม่สามารถหาหลักฐานทางบัญชีที่เหมาะสมและเพียงพอมาใช้สนับสนุนตัวเลขที่ปรากฏในงบการเงินได้

ดังนั้น ส.กทอ.จึงมองว่า การระบุว่า “สตง.ไม่รับรองบัญชีของกองทุนฯ 10 ปีซ้อน” ไม่สอดคล้องกับผลการตรวจสอบที่เกิดขึ้นจริง เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวมีทั้งปีที่ได้รับการรับรองแบบมีเงื่อนไข ปีที่ได้รับการรับรอง และมีเพียงปี 2565 ที่ไม่รับรอง

จากข้อสังเกต สู่การปรับระบบบริหารเงินกองทุน

นอกจากการชี้แจงผลตรวจสอบ ส.กทอ.ยังระบุว่า ที่ผ่านมากองทุนฯ ได้นำข้อเสนอแนะจากทั้ง สตง. และสำนักงาน ป.ป.ช. มาใช้ปรับปรุงกระบวนการจัดสรรเงิน เพื่อให้การสนับสนุนโครงการมีความรัดกุมมากขึ้น

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินให้ชัดเจนขึ้น รวมถึงให้หน่วยงานที่ขอรับการสนับสนุนมีส่วนร่วมจ่าย หรือ Co-pay ตลอดจนกำหนดให้มีการดูแลและบำรุงรักษาระบบที่ได้รับการสนับสนุน และจัดเก็บข้อมูลผลการใช้งานตลอดอายุที่กำหนดของโครงการแต่ละประเภท

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนโจทย์จากเดิมที่เน้นเพียง “จัดสรรเงินให้โครงการ” ไปสู่การติดตามว่าเงินที่ใช้ไปสามารถสร้างผลลัพธ์ด้านการอนุรักษ์พลังงานได้จริงเพียงใด และทรัพย์สินหรือระบบที่เกิดจากงบประมาณยังถูกใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

เงินสะสมราว 17,000 ล้านบาท ต้องบริหารอย่างไร

อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นในการบริหารกองทุน คือสถานะเงินสะสม โดย ส.กทอ.ระบุว่า เงินสะสมของกองทุนในแต่ละปีอยู่ที่ประมาณ 17,000 ล้านบาท สำหรับใช้ดำเนินการในช่วงปี 2569–2571 ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)

ขณะเดียวกัน หากกองทุนฯ มีเงินสะสมเกินกว่าระดับที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังกำหนด จะต้องดำเนินการส่งเงินคืนคลังตามระเบียบและกฎหมาย โดยที่ผ่านมา ส.กทอ.ระบุว่า ได้ส่งเงินคืนคลังไปแล้วมากกว่า 35,000 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวจึงเป็นอีกมิติหนึ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่กับประเด็นการรับรองบัญชี เพราะการประเมินประสิทธิภาพของกองทุนไม่ได้อยู่เฉพาะว่า “บัญชีผ่านหรือไม่ผ่าน” แต่ยังครอบคลุมถึง การจัดสรรเงิน การควบคุมภายใน การติดตามผลโครงการ และการบริหารเงินสะสมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภารกิจด้านการอนุรักษ์พลังงาน

ส.กทอ.เตือนข้อมูลเท็จ ต้องรับผิดตามกฎหมาย

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการไม่รับรองบัญชี ส.กทอ.ย้ำว่า ผลการตรวจสอบสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงย้อนหลังได้ และไม่ควรนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงไปเผยแพร่จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการบริหารงานของกองทุนฯ

พร้อมเตือนว่า การนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อาจมีความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14 โดย ส.กทอ.ระบุว่าจะไม่ปล่อยให้ข้อมูลเท็จถูกเผยแพร่โดยปราศจากการชี้แจง

ท้ายที่สุด ประเด็นที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงข้อโต้แย้งว่า “สตง.รับรองบัญชีหรือไม่” แต่เป็นคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า กองทุนซึ่งมีเงินสะสมในระดับหลายหมื่นล้านบาท สามารถแสดงให้เห็นได้มากเพียงใดว่า ทุกบาทที่ถูกจัดสรรมีระบบตรวจสอบ มีหลักฐานรองรับ และสร้างผลลัพธ์ด้านการอนุรักษ์พลังงานได้จริง

สำหรับ ส.กทอ. การชี้แจงผลตรวจสอบย้อนหลัง พร้อมการปรับปรุงระบบตามข้อเสนอแนะของ สตง. และ ป.ป.ช. จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นว่า เงินกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานยังอยู่ภายใต้กรอบการบริหารที่ตรวจสอบได้ และสามารถตอบคำถามต่อสังคมได้ว่า เงินกองทุนถูกใช้ไปอย่างไร และเกิดประโยชน์กลับคืนสู่ประเทศมากน้อยเพียงใด

energy-fund-audit-2026-SPACEBAR-Photo01.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์