ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 18 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบการโอนและแต่งตั้ง ฉันทานนท์ วรรณเขจร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ แทน ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงานคนปัจจุบัน ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569
การแต่งตั้งดังกล่าวถือเป็นการโยกข้ามหน่วยงานอีกครั้งของ ฉันทานนท์ จากสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าสู่กระทรวงพลังงาน โดยจะมีอายุราชการต่อเนื่องจนถึงปีงบประมาณ 2573 หรือมีเวลาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงประมาณ 4 ปี หากดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จนเกษียณวันที่ 30 กันยายน 2573
ทำให้สื่อหลายสำนักเรียกว่าเป็น ‘ม้ามืด’ ที่แซงหน้าตัวเต็งคนในกระทรวงพลังงานเองถึง 3 คน ได้แก่ วรากร พรหมโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ, สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และ วัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)
จาก “เศรษฐกิจการเกษตร” สู่ “เศรษฐกิจพลังงาน”
ฉันทานนท์ มีพื้นฐานการทำงานหลักอยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนขึ้นเป็นเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก. ในปี 2563
ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีในราชกิจจานุเบกษา ระบุว่า ฉันทานนท์พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง และได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งเป็นตำแหน่งที่รับผิดชอบการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร การจัดทำข้อมูลสินค้าเกษตร และเสนอแนะนโยบายต่อรัฐบาล
ต่อมา เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ครม.มีมติรับโอนฉันทานนท์จากตำแหน่งเลขาธิการ สศก. และแต่งตั้งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งนักบริหารระดับสูง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามมติคณะรัฐมนตรี
ทำไมการเลือก “คนนอกกระทรวง” จึงถูกจับตา
ตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานรอบนี้ถูกจับตามาต่อเนื่อง เนื่องจากก่อนหน้านี้มีรายชื่อทั้งผู้บริหารภายในกระทรวงพลังงานและข้าราชการระดับสูงจากหน่วยงานอื่นเป็นตัวเลือก โดยเฉพาะกระแสการโยก ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มาดำรงตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม วาระแต่งตั้งเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมยังไม่สามารถได้ข้อยุติ ก่อนที่ชื่อของฉันทานนท์จะปรากฏขึ้นและได้รับความเห็นชอบในสัปดาห์ถัดมา
การเลือกผู้บริหารที่เติบโตมาจากสายเศรษฐกิจการเกษตรจึงเป็นความเปลี่ยนแปลงสำคัญ เพราะปลัดกระทรวงพลังงานโดยทั่วไปต้องกำกับหน่วยงานที่มีภารกิจเชิงเทคนิคและมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ตั้งแต่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ไปจนถึงกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
จุดแข็งที่อาจนำมาต่อยอดได้คือประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์เศรษฐกิจ การวางแผนเชิงนโยบาย และความเข้าใจภาคเกษตร ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับพลังงานชีวภาพ เช่น เอทานอล ไบโอดีเซล ชีวมวล และก๊าซชีวภาพ แต่สิ่งที่ต้องพิสูจน์คือความสามารถในการบริหารระบบพลังงานที่มีทั้งมิติด้านเทคนิค กฎระเบียบ การลงทุน และผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย
ฉันทานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2514 ปัจจุบันอายุ 55 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาบัญชี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และปริญญาโทบริหารธุรกิจจาก New Hampshire College สหรัฐอเมริกา พร้อมผ่านหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน
ถือเป็น ‘ลูกหม้อ’ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการเกษตร ประจำกรุงโตเกียว, ผู้อำนวยการสำนักการเกษตรต่างประเทศ, รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ก่อนขึ้นเป็น เลขาธิการ สศก. ตั้งแต่ปี 2563 ต่อเนื่องยาวนานถึง 5 ปี จนกระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง ซี 11) เมื่อเดือนธันวาคม 2568




