เศรษฐกิจไทยบนทางแยก
จับตา ‘พูดแล้วทำ พลัส+’ กับโจทย์ GDP 3% ใต้นโยบายรัฐบาลภูมิใจไทย
ภายหลังพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะจากการเลือกตั้ง และกำลังอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่จึงถูกจับตามองจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคธุรกิจ นักลงทุน ไปจนถึงตลาดการเงิน โดยเฉพาะเป้าหมายสำคัญในการผลักดันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ให้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3% ภายใต้สโลแกน ‘พูดแล้วทำ พลัส+’ ซึ่งถูกวางให้เป็นทั้งคำมั่นทางการเมือง และกรอบการทำงานเชิงนโยบาย
โจทย์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง การค้าโลกชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และทิศทางดอกเบี้ยโลกที่ยังไม่แน่นอน ทำให้คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “จะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร” แต่คือ รัฐบาลใหม่จะจัดลำดับความสำคัญของมาตรการใดก่อน-หลัง และจะสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่
‘10 พลัส’ กลไกดัน GDP มากกว่ามาตรการระยะสั้น
แกนหลักของนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลภูมิใจไทย คือชุดนโยบาย ‘10 พลัส’ ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นทั้งเครื่องยนต์ระยะสั้นเพื่อพยุงกำลังซื้อ และโครงสร้างระยะกลาง-ยาว เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย (Potential Growth)
ในมุมมองเชิงนโยบาย ‘10 พลัส’ ไม่ใช่การแจกเงินเพียงครั้งคราว แต่เป็นการวางโครงสร้างเศรษฐกิจที่เชื่อมโยง คน-ชุมชน-ธุรกิจ-การลงทุน-เทคโนโลยี เข้าด้วยกัน
คนละครึ่ง ‘พลัส’ สัญญาณมาตรการเร่งเครื่องระยะสั้น
กล่าวได้ว่า หนึ่งในมาตรการที่ประชาชนและภาคค้าปลีกจับตา คือแนวคิด ‘คนละครึ่ง พลัส’ ซึ่งอาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเริ่มต้นรัฐบาล เพื่อพยุงกำลังซื้อ ฟื้นความเชื่อมั่น และสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างจากอดีตที่ตลาดกำลังรอคำตอบ คือ “มาตรการลักษณะนี้จะถูกออกแบบให้ เชื่อมกับเศรษฐกิจชุมชน SMEs และการผลิตในประเทศ มากขึ้น หรือจะเป็นเพียงการกระตุ้นการใช้จ่ายระยะสั้นเท่านั้น”
ถอดรหัส ‘10 พลัส’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย
พลัส 1 : คนตัวเล็ก ตัวน้อย พลัส+
แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มรายได้ และสร้างหลักประกันทางเศรษฐกิจให้กลุ่มรายได้น้อย
พลัส 2 : ผู้สูงวัย พลัส+
ยกระดับทักษะ สร้างงาน สร้างรายได้ และระบบดูแลผู้สูงอายุ เพื่อลดภาระรัฐระยะยาว และเปลี่ยนสังคมสูงวัยให้เป็นพลังเศรษฐกิจ
พลัส 3 : ชุมชน พลัส+
หนุนการผลิตตรงความต้องการตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและบริการจากฐานท้องถิ่น
พลัส 4 : การศึกษาเท่าเทียม พลัส+
เรียนฟรีที่เชื่อมกับตลาดแรงงานจริง เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อลดปัญหาแรงงานไม่ตรงทักษะ
พลัส 5 : SMEs - เมดอินไทยแลนด์ พลัส+
เติมทุน ค้ำประกัน เปิดตลาด ให้ SMEs ไทยแข่งขันได้ในและต่างประเทศ
พลัส 6 : การลงทุน พลัส+
เร่งลงทุนภาครัฐ-รัฐร่วมทุนเอกชน (PPP) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างการเติบโตระยะยาว
พลัส 7 : เศรษฐกิจสีเขียว พลัส+
ใช้ Green Economy เป็นทั้งทางรอดด้านสิ่งแวดล้อม และโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่
พลัส 8 : AI พลัส+
ผลักดัน AI ถึงมือประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน และสร้างรายได้ใหม่
พลัส 9 : Trade พลัส+
ยกระดับการค้า การผลิต และพันธมิตรทางเศรษฐกิจ เพื่อยึดตลาดโลก
พลัส 10 : ไทยแลนด์ พลัส+
รัฐต้องเร็ว อนุมัติไว ลดกฎ ลดขั้นตอน เพื่อดึงดูดการลงทุน

จากฟื้นตัว สู่การโตยั่งยืน
ในมุมมองนักเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจไทยอาจเริ่มหลุดพ้นจาก ‘หล่ม’ ในช่วงปลายปี 2568 แล้ว แต่การจะก้าวต่อไปสู่การเติบโตระดับ 3% อย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องอาศัยมากกว่ามาตรการกระตุ้นระยะสั้น
หัวใจสำคัญของนโยบาย ‘10 พลัส’ จึงอยู่ที่
การทำให้การเติบโตเกิดขึ้นทั่วถึง มีคุณภาพ และไม่สะดุดกลางทาง ผ่านการยกระดับศักยภาพแรงงาน การลงทุน และระบบเศรษฐกิจทั้งโซ่
จับตา 100 วันแรก ตัวชี้วัดความเชื่อมั่น
กล่าวได้ว่า ระยะต่อจากนี้ 100 วันแรกของรัฐบาลภูมิใจไทย จะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการทดสอบความน่าเชื่อถือของสโลแกน ‘พูดแล้วทำ พลัส+’ ว่านโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะชุดมาตรการ ‘10 พลัส’ จะถูกแปลงเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมได้เร็วเพียงใด
สำหรับตลาดทุน ความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การจัดลำดับโครงการลงทุน การออกกฎหมายที่ลดต้นทุนภาคธุรกิจ และกรอบวินัยการคลัง จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทาง เงินทุนเคลื่อนย้ายและความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่ค่าเงินบาทจะสะท้อนมุมมองตลาดต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค หากนโยบายสามารถสร้างความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวที่มีคุณภาพ และการเติบโตระดับ 3% มีความเป็นไปได้จริง เงินบาทมีแนวโน้มทรงตัวหรือแข็งค่าอย่างมีเสถียรภาพ มากกว่าการผันผวนจากแรงเก็งกำไรระยะสั้น
ในภาพรวม ทิศทางการลงทุนในช่วง 100 วันแรก จะไม่ได้วัดจากเม็ดเงินกระตุ้นเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจาก ความเร็ว ความชัด และความต่อเนื่องของนโยบาย ว่ารัฐบาลใหม่สามารถวางรากฐานการเติบโตระยะยาวได้หรือไม่
ตลาดรอดู “พูดแล้วทำ พลัส+ ทำได้แค่ไหน”
ความสำเร็จของนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลภูมิใจไทย จะไม่ได้วัดจากถ้อยคำหรือสโลแกน แต่จะถูกพิสูจน์ด้วย
• ความชัดเจนของไทม์ไลน์
• การจัดลำดับความสำคัญของมาตรการ
• และผลลัพธ์ที่สะท้อนผ่านตัวเลข GDP รายได้ประชาชน และการลงทุนจริง
ท้ายที่สุดแล้ว ตลาดกำลังรอดูว่า ‘10 พลัส’ จะเป็นเพียงนโยบายบนกระดาษ หรือจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ



