กรณ์ เปิดโปง ‘ทุนเทา’ เร่งขายหุ้นฟอกเงิน ช่วงเลือกตั้ง

24 ธ.ค. 2568 - 06:15

  • กรณ์ จาติกวณิช ชี้พฤติกรรมเร่งขายหุ้นโยงแก๊งฟอกเงิน อาศัยบัญชี nominee

  • จี้ ก.ล.ต.–ตลาดหลักทรัพย์ ออกคำเตือนหุ้นสอบสวน เสี่ยงเป็น ‘ของโจร’

  • ตั้งคำถามบทบาทหน่วยงานกำกับ หากปล่อยปละละเลยทุนเทาหนีเงิน

กรณ์ เปิดโปง ‘ทุนเทา’ เร่งขายหุ้นฟอกเงิน ช่วงเลือกตั้ง

‘กรณ์’ เตือนเกมเร่งขายหุ้นโยงแก๊งฟอกเงิน
ก่อนเลือกตั้ง ชี้ช่องโหว่ nominee-Big Lot เสี่ยงเปิดทางทุนเทาหนีเงิน

ประเด็น ‘ทุนเทาในตลาดทุน’ กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลัง กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เตือนว่า ในช่วงใกล้การเลือกตั้ง กำลังเกิดความพยายาม ‘เร่งขายหุ้น’โดยกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับ ขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ โดยอาศัยช่องโหว่การถือหุ้นผ่านบัญชี nominee ทำให้หุ้นดังกล่าวยังไม่ถูกอายัด แม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ

กรณ์ระบุว่า เป็นที่รับรู้กันในวงการตลาดทุนว่า การฟอกเงินของมิจฉาชีพต่างชาติในระบบเศรษฐกิจไทย ‘ไม่สามารถทำได้โดยลำพัง’ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากคนไทยบางกลุ่ม พร้อมย้ำว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและไม่เลือกปฏิบัติ

“การซื้อหุ้น 7 บริษัทที่ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างสอบสวน มีความสุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นการซื้อของโจร และอาจเป็นการช่วยให้กลุ่ม scammer ขนเงินหนีออกจากระบบ โดยเฉพาะการซื้อแบบ Big Lot”

กรณ์ ระบุ

อดีตรัฐมนตรีคลังยังเรียกร้องให้ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ออก คำเตือนอย่างเป็นทางการ ต่อผู้ลงทุน ว่า การรับซื้อหุ้นจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน อาจถูกตีความว่าเป็นการ สมรู้ร่วมคิด และมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเน้นว่า การต่อกรกับอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ จำเป็นต้อง ว่องไว เด็ดขาด และเชิงรุก (proactive) เพราะฝ่ายมิจฉาชีพมีแรงจูงใจสูงและเคลื่อนไหวรวดเร็ว

ตลาดทุนไทย กับ ‘เงาทุนเทา’

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนไทยอยู่ระหว่างการสอบสวนบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง ที่มีพฤติกรรมการถือหุ้นผิดปกติ โครงสร้างผู้ถือหุ้นซับซ้อน และมีการใช้บัญชี nominee เพื่ออำพรางตัวผู้ถือหุ้นที่แท้จริง ขณะเดียวกัน คดี แก๊งคอลเซ็นเตอร์-scammer ข้ามชาติ ที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงิน ผ่านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทนอมินี และตลาดทุน ถูกเปิดโปงต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์จำนวนมากชี้ว่า หากเงินผิดกฎหมายสามารถไหลเข้าสู่ตลาดหุ้น และถูกแปลงเป็นสภาพคล่องผ่านดีล Big Lot ได้สำเร็จ จะกระทบต่อ ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย และสร้างความเสียหายต่อผู้ลงทุนรายย่อยในวงกว้าง

คำถาม? ใครต้องรับผิดชอบ หากปล่อยผ่าน!

การออกมาเตือนของกรณ์ ทำให้เกิดคำถามสำคัญต่อกลไกกำกับดูแล ว่า หน่วยงานใดบ้างอาจเข้าข่ายมีส่วนร่วมโดยการละเลยหน้าที่ หากไม่เร่งตรวจสอบหรือออกมาตรการป้องกันอย่างทันท่วงที ได้แก่
ก.ล.ต. - การติดตามผู้ถือหุ้นที่แท้จริง การบังคับใช้กฎหมายกับ nominee และการแจ้งเตือนผู้ลงทุนอย่างชัดเจนเพียงพอหรือไม่
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย - ระบบเฝ้าระวังการซื้อขายผิดปกติ โดยเฉพาะ Big Lot มีประสิทธิภาพแค่ไหน
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) - การเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงินกับตลาดทุนรวดเร็วเพียงใด
สถาบันการเงินและโบรกเกอร์ - กระบวนการรู้จักลูกค้า (KYC) และการรายงานธุรกรรมต้องสงสัยถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดหรือไม่

ท่ามกลางบริบทการเมืองที่กำลังร้อนแรง คำเตือนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงประเด็นการลงทุน แต่สะท้อนคำถามใหญ่ต่อ ธรรมาภิบาลตลาดทุนไทย ว่าจะสามารถยืนหยัดต้านกระแสทุนเทาได้จริงหรือไม่ ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามเกินกว่าจะเยียวยาได้ทันเวลา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์