บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เดินหน้าสร้างบทบาทในเวทีพลังงานสะอาดโลก หลังโครงการ “Bangkok E-Bus Programme” สามารถส่งมอบคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ หรือ ITMOs ได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบ Paris Agreement มาตรา 6.2 ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังประเทศไทยและสวิตเซอร์แลนด์อนุมัติการโอนหน่วยคาร์บอนเครดิตชุดใหม่จากโครงการดังกล่าว โดยคิดเป็นปริมาณรวม 49,717 หน่วย สำหรับช่วงปี 2023–2024 สะท้อนให้เห็นว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระบบขนส่งสาธารณะ “สามารถวัดผลและซื้อขายได้จริง” ในระดับสากล
หัวใจของโครงการอยู่ที่การเปลี่ยนผ่านรถโดยสารในกรุงเทพมหานคร จากเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปสู่รถโดยสารไฟฟ้ากว่า 2,000 คัน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดมลพิษในเมือง แต่ยังสร้าง “สินทรัพย์ใหม่ทางการเงิน” ในรูปของคาร์บอนเครดิต ที่สามารถซื้อขายข้ามประเทศได้
คาร์บอนเครดิตดังกล่าวถูกขึ้นทะเบียนในระบบของสวิตเซอร์แลนด์ และถูกซื้อโดย KliK Foundation เพื่อนำไปใช้ตามภาระผูกพันด้านการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้กฎหมาย Swiss CO₂ Act และเป้าหมาย NDC ของประเทศ
ในมุมเศรษฐกิจ โครงการนี้สะท้อนโมเดลธุรกิจใหม่ของพลังงานสะอาด ที่ไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะจากการให้บริการขนส่ง แต่ยังต่อยอดเป็น ‘รายได้จากคาร์บอน’ ซึ่งช่วยเพิ่มความคุ้มค่าทางการเงิน และทำให้โครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
กระบวนการออกและโอน ITMOs ยังต้องผ่านมาตรฐานที่เข้มงวด ทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และทวนสอบโดยหน่วยงานอิสระ เพื่อยืนยันว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกิดขึ้นจริง และไม่มีการนับซ้ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความน่าเชื่อถือในตลาดคาร์บอนโลก
ฉัตรพล ศรีประทุม, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็น ‘ต้นแบบระดับโลก’ ของโครงการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่ง ที่ไม่เพียงออกคาร์บอนเครดิตได้ แต่ยังสามารถส่งมอบได้จริงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลในอนาคต
“เราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่โครงการ Bangkok E-Bus ได้สร้างมาตรฐานใหม่ในฐานะกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของโลก ที่ไม่เพียงสามารถออก ITMOs ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถส่งมอบได้อย่างต่อเนื่องภายใต้มาตรา 6.2 ของความตกลงปารีส การโอนหน่วยของปี 2023 และ 2024 ซึ่งผ่านกระบวนการติดตาม ตรวจสอบ และทวนสอบอย่างเข้มงวดจนสามารถส่งมอบได้สำเร็จ และยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการส่งมอบที่จะมีต่อเนื่องไปอีกในอีกหลายปีข้างหน้า เป็นการยืนยันว่า การลดคาร์บอนในเมืองขนาดใหญ่ไม่ใช่เพียงธุรกรรมครั้งเดียว แต่เป็นความจริงที่ยั่งยืน”

ในภาพใหญ่ โครงการ Bangkok E-Bus ไม่ได้เป็นเพียงโครงการพลังงานสะอาด แต่เป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยง ‘นโยบายสภาพภูมิอากาศ’ เข้ากับ ‘กลไกตลาดการเงิน’ อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังสะท้อนบทบาทของภาคเอกชนไทย ที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นในตลาดคาร์บอนโลก ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ภาพรวมทั้งหมดทำให้ EA ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทพลังงานหมุนเวียน แต่กำลังพัฒนาไปสู่ “แพลตฟอร์มพลังงานสะอาดและคาร์บอน” ที่สร้างทั้งผลตอบแทนทางธุรกิจและผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว




