สภาผู้บริโภคจี้ ขบ. เคลียร์ปม รถแอป หลังพ้นเส้นตาย
สภาผู้บริโภคแสดงความกังวลต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร หลังสิ้นสุดกำหนดระยะเวลาลงทะเบียนรถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน (รย.18) เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องการความชัดเจนจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)
คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการ คณะอนุกรรมการขนส่งและยานพาหนะ สภาองค์กรผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคอยากทราบมาตรการจัดการรถที่ ยังไม่ลงทะเบียน จากข้อมูลเดิมพบว่ามีรถในระบบแอปพลิเคชันนับแสนคัน แต่มีการลงทะเบียนถูกต้องเพียงประมาณ 14,000 คัน (แบ่งเป็นมอเตอร์ไซค์ 7,000 คัน และรถยนต์ 7,000 คัน) สภาผู้บริโภคจึงตั้งคำถามว่า รถที่เหลืออีกจำนวนมากที่ไม่ได้ลงทะเบียน ขบ. จะมีมาตรการจัดการอย่างไร? หลังพ้นเส้นตาย รถเหล่านี้ยังสามารถวิ่งให้บริการได้หรือไม่?
ยกระดับการตรวจประวัติอาชญากรรม
ส่วนกรณีที่กรมการขนส่งทางบกจะเชื่อมโยงฐานข้อมูล สภาผู้บริโภคเน้นย้ำว่าการตรวจสอบประวัติอาชญากรควรเป็น "มาตรฐานขั้นต่ำที่ต้องทำเป็นปกติ" ไม่ใช่มาตรการใหม่ เพราะที่ผ่านมาพบปัญหาความไม่ปลอดภัย เช่น พบคนขับใส่กำไล EM (กำไลอิเล็กทรอนิกส์) มาให้บริการที่ จ.ภูเก็ต พบแพลตฟอร์มบางรายละเลยการตรวจประวัติ หรือปล่อยให้คนขับที่อายุต่ำกว่า 17 ปี หรือคนขับที่ไม่ใช่คนไทยมาให้บริการ เหล่านี้ยังมีพบอยู่ตลอด และยังไม่มีมาตรการแก้ไขที่ชัดเจน
“เรื่องนี้ควรเป็นมาตรฐานขั้นต่ำของการตรวจสอบผู้ขับขี่ คือ ควรต้องทำเป็นปกติอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องที่เป็นมาตรการใหม่ เป็นเรื่องที่ควรทำมาตั้งนานแล้ว ”
สภาผู้บริโภค ขอเสนอ แก้ปัญหาเรื่องร้องเรียน
ขบ. ควรใช้ระบบ One Stop Service ร่วมกับ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลอาชญากรรม ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ตรวจประวัติคับขับรถทำได้ทันที ไม่ควรใช้เวลานานถึง 90 วัน ที่ผ่านมาคนใช้บริการไม่มีสิทธิรู้เลยว่าคนขับที่มารับมีข้อมูลอย่างไร แอปพลิเคชันจะไม่บอกข้อมูลผู้ขับ แพลตฟอร์มควรกำหนดเงื่อนไขในการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ผู้บริโภคทราบ
ใช้ "ประวัติเรื่องร้องเรียน" เป็นเกณฑ์ต่อใบอนุญาต
ในการพิจารณาต่อใบอนุญาตให้ผู้ให้บริการแอปฯ (Platform) สภาผู้บริโภคเสนอให้ ขบ. นำสถิติการร้องเรียนพฤติกรรมคนขับมาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินด้วย โดยต้องเป็นธรรมกับทุกราย และควรเปิดเผยข้อมูลเรื่องร้องเรียนต่อสาธารณะ เพื่อให้ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการ การให้บริการรถสาธารณะควรมีเงื่อนไขที่เข้มงวดมากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดผลกระทบจะได้มีมาตรการมารองรับช่วยผู้บริโภค และควรมีแนวทางการแก้ไขเรื่องร้องเรียนเพราะมีหลายเรื่องที่ไม่สามารถร้องเรียนตรงไปที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มได้ ไม่มีช่องทางที่ร้องเรียนตรง การพิจารณาต่อใบอนุญาตควรนำเรื่องเหล่านี้มาประกอบการพิจารณาเพื่อให้เห็นว่าแพลตฟอร์มแต่ละรายให้ความสำคัญกับผู้บริโภคอย่างไร
ความโปร่งใสของข้อมูลบนแอปพลิเคชัน
แพลตฟอร์มควรแสดงข้อมูลยืนยันตัวตนคนขับให้ชัดเจนบนหน้าจอแอปฯ และต้องมีช่องทางการร้องเรียนที่เข้าถึงง่ายและตรวจสอบสถานะได้จริง หากเกิดเหตุไม่คาดคิดผู้โดยสารจะได้มีมาตรการเยียวยารองรับอย่างรวดเร็ว




