ดีเอสไอรวบ 4 ผู้ต้องหา คดีเว็บหนังเถื่อน–พนันออนไลน์ เงินหมุนกว่า 4.5 พันล้าน สะเทือนเศรษฐกิจดิจิทัล
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมเศรษฐกิจดิจิทัล หลังศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 7 ราย ในคดีสมคบฟอกเงิน เชื่อมโยงเว็บดูหนังเถื่อนและเว็บพนันออนไลน์ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4,518 ล้านบาท ล่าสุดสามารถจับกุมได้แล้ว 4 ราย ขณะที่ผู้ต้องหาคนสำคัญอย่าง ‘แทนไท ณรงค์กูล’ ยังไม่ปรากฏตัวเข้ามอบตัว
แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นการขยายผลจากการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ผ่านเว็บไซต์ดูหนังเถื่อนชื่อดัง ‘movie2freeง ซึ่งถูกใช้เป็นช่องทางฝังโฆษณาและเชื่อมโยงไปยังเว็บพนันออนไลน์ โดยมีการจัดการเส้นทางการเงินอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาล
จากการสืบสวน พบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ทั้งการดูแลเว็บไซต์ การติดต่อโฆษณา และการรับโอนเงิน โดยรายได้จากโฆษณาเว็บพนันถูกนำไปฟอกเงินผ่านบัญชีบุคคลต่าง ๆ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน เนื่องจากการละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า ถือเป็น ‘ความผิดมูลฐาน’
ช่วงเช้ามืดวันที่ 26 มกราคม เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 8 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สามารถตรวจยึดพยานหลักฐานจำนวนมาก และควบคุมตัวผู้ต้องหาได้บางส่วน โดยผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมยังไม่ให้การใดๆ ต่อสื่อมวลชน

ด้านกระทรวงยุติธรรม แถลงรายละเอียดคดี โดยชี้ว่าคดีดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่ยังกระทบต่อ ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ และบิดเบือนการแข่งขันทางธุรกิจอย่างรุนแรง
ทั้งนี้ ดีเอสไอยืนยันจะเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ โดยเฉพาะ แทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ เมื่อวันที่ 22 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ต้องหาน่าจะกระทำความผิดอาญาฯ แต่ขณะนี้ยังไม่ปรากฏตัว พร้อมย้ำว่า คดีลักษณะนี้เป็นภัยเงียบต่อเศรษฐกิจไทย และจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดตามกฎหมาย





