กรมการค้าภายในเดินหน้าติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด หลังลงพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบภาวะตลาดของ มะม่วง และเตรียมแผนรองรับผลผลิต ลำไย ที่จะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเน้นมาตรการเชิงรุกด้านการเชื่อมโยงตลาด กระจายผลผลิต และรักษาเสถียรภาพราคา เพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาด
จิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 2–3 พฤษภาคม 2569 ว่า กรมฯ ได้หารือร่วมกับสมาคมผู้ผลิตลำไยอบแห้งภาคเหนือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ รวมถึงผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อประเมินแนวโน้มปริมาณผลผลิต คุณภาพ และสถานการณ์ด้านราคา ก่อนวางแผนบริหารจัดการลำไยล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ เนื่องจากคาดว่าผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป
แนวทางสำคัญที่กรมฯ วางไว้คือ การกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต การเชื่อมโยงตลาดล่วงหน้า และการส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก

สำหรับสถานการณ์ มะม่วง ในพื้นที่ลำพูนและเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของประเทศ กรมการค้าภายในได้หารือกับสมาคมการค้าผู้ประกอบการผลไม้ไทยภาคเหนือ พร้อมลงพื้นที่แปลงใหญ่มะม่วงและจุดรวบรวมผลผลิตในอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามภาวะการผลิตและการตลาดของพันธุ์สำคัญ เช่น น้ำดอกไม้ งาช้างแดง แดงจักรพรรดิ และ R2E2
จากการติดตามพบว่า ผลผลิตมะม่วงปีนี้มีคุณภาพดี โดยจังหวัดลำพูนมีผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วมากกว่าครึ่งของทั้งจังหวัด ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 30-40% และยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการทั้งในประเทศและตลาดส่งออกที่ยังอยู่ในระดับดี ส่งผลให้ราคาที่เกษตรกรจำหน่ายได้อยู่ในระดับน่าพอใจ

ในส่วนของมาตรการเชื่อมโยงตลาด กรมการค้าภายในได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน นำผู้ประกอบการเข้ารับซื้อมะม่วงแฟนซีจากเกษตรกรอำเภอบ้านโฮ่ง ปริมาณ 2 ตัน เพื่อนำไปจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าในราคา กิโลกรัมละ 12 บาท ซึ่งถือเป็นราคานำตลาด และช่วยเพิ่มช่องทางการระบายผลผลิตให้เกษตรกรโดยตรง
นอกจากนี้ กรมฯ ระบุว่า ที่ผ่านมาได้ประสานหน่วยงานพันธมิตรเข้ารับซื้อผลผลิตมะม่วงจากพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลกและพิจิตร แล้วรวมกว่า 3,250 ตัน เพื่อช่วยพยุงตลาดและลดแรงกดดันด้านราคาช่วงผลผลิตออกพร้อมกัน
กรมการค้าภายในย้ำว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมมาตรการรองรับในทุกมิติ ทั้งการบริหารจัดการปริมาณผลผลิต การเชื่อมโยงตลาด การกระจายสินค้า และการบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานรากในช่วงฤดูกาลผลไม้ปีนี้
ทั้งนี้ หากเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงต้องการกระจายผลผลิตเพิ่มเติม สามารถประสานผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือกรมการค้าภายใน เพื่อเชื่อมโยงกับหน่วยงานพันธมิตรในการรับซื้อและกระจายผลผลิตสู่ช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ ต่อไป





