ข่าวบริการรถแอป หรือรถสาธารณะที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน ที่ทำให้ผู้โดยสารได้รับอันตราย เมื่อไรเดอร์ขับรถเลยจุดหมาย จนต้องกระโดดรถหนีตาย ร้อนถึงกระทรวงดีอี และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ที่ออกมาคาดโทษ ในการต่ออายุการประกอบธุรกิจ
ต้นเหตุของความไม่ปลอดภัย เกิดจากการไม่ใส่ใจในการลงทะเบียนและไอดีกับผู้ขับขี่ และระบบตรวจสอบยืนยันตัวตนที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า คนขับ ตรงกับ ไอดีหรือไม่ หรือแม้แต่ คนที่มีไอดี มีใบขับขี่สาธารณะหรือไม่ เรื่องนี้ ผู้บริโภคไม่ควรต้องรู้เอง แต่แพลตฟอร์มควรทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า สามารถใช้บริการได้อย่างปลอดภัย
สภาองค์กรผู้บริโภค ออกหลักการ วิธีเรียกใช้บริการรถแอปอย่างไร ไม่ต้องเจอชะตากรรมแบบเดียวกับ ผู้โดยสารหญิงที่ถูกคนขับของแพลตฟอร์มที่ทำให้เกิดอันตรายกับผู้โดยสาร จนต้องโดดหนีตาย จริงอยู่รถแอป ตรงกับไลฟ์สไตล์ คนรุ่นใหม่ ไม่ต้องง้อวินมอเตอร์ไซค์ แต่ก็มีความเสี่ยง ถ้าเจอคนขับที่มีพฤิกรรมเทา ไม่มีใบขับขี่รถสาธารณะ ไม่มีไอดีของแพลตฟอร์ม
วิธีการเรียกรถอย่างถูกกฎหมาย ก่อนขึ้นรถอย่าลืมสังเกต รถถูกกฎหมายหรือไม่ ถ้าเป็นแท็กซี่ต้องเป็น ‘ป้ายเหลือง’ รถส่วนบุคคลต้องจดทะเบียน รย.18 กับกรมการขนส่งทางบก และคนขับต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ
มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ต้องเป็นป้ายเหลือง คนขับใส่เสื้อวิน/แอปฯ กรณีมอเตอร์ไซค์ที่ไม่ใช่วิน ต้องจดทะเบียนประเภท รย.17 กับกรมการขนส่งทางบก และคนขับต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะเช่นกัน
ข้อนี้ต้องระวังเพราะมีกรณี สวมไอดีเกิดขึ้น
วิธีพิสูจน์คือ เมื่อรถมาแล้ว อย่ารีบร้อนขึ้นรถ รอดูว่าหน้าคนขับตรงกับในแอปพลิเคชันหรือไม่ ดูอายุของคนในไอดี กับคนขับ เพราะมีแพลตฟอร์มที่แอบเอาไอดีของพ่อมาใช้ขับรถ จะให้ชัวร์ ขอดูใบขับขี่รถสาธารณะเลย ถ้าไม่มีแสดงว่าปลอมอย่าใช้บริการ
ที่ต้องทำแบบนี้เพราะ ปัญหาพฤติกรรมของคนขับที่ตกเป็นข่าวหรือถูกพูดถึงบ่อยครั้งในช่วงปี 2568-2569 นี้ มีสาเหตุหลักมาจาก‘บัญชีผี’ (Ghost Accounts) หรือ การสวมไอดี เหมือนกรณีที่เป็นข่าวนักเรียนหญิงกระโดดรถหนีตาย ก็มาจากการสวมไอดี เมื่อลูกเอาไอดีพ่อมาขับ นับเป็นสาเหตุที่รุนแรงที่สุดในปัจจุบัน คือการที่คนขับไม่ได้ใช้ตัวตนจริงในการรับงาน แต่ใช้บัญชีของคนอื่น (เช่น ยืมบัญชีญาติ หรือซื้อ หรือเช่าบัญชี) ทำให้ตรวจสอบประวัติไม่ได้ ระบบไม่สามารถคัดกรองประวัติอาชญากรรมของผู้ที่ขับรถจริงๆ ได้ไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ
ข้อมูลล่าสุดจากกรมการขนส่งทางบก (DLT) ระบุว่าผู้กระทำผิดหลายรายไม่มีใบขับขี่สาธารณะ และใช้บัญชีผู้อื่น ทำให้เมื่อเกิดเหตุร้าย (เช่น เคสบังคับผู้โดยสารกระโดดรถที่เพิ่งเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2569) การติดตามตัวทำได้ยาก
สภาองค์กรผู้บริโภค ย้ำว่า ถ้าเจอเหตุไม่ปลอดภัย ให้เก็บหลักฐานให้ครบ (ป้ายทะเบียน/ชื่อคนขับ/ลักษณะ สี ยี่ห้อรถ) และหากมีภาพประกอบอื่น ๆ ก็สามารถนำไปเป็นหลักฐานได้ ร้องเรียนผ่านแอปฯ ที่ใช้หากไม่ได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม สามารร้องเรียนได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารสาธารณะ สายด่วน 1584 หรือร้องเรียนกับสภาผู้บริโภค www.tcc.or.th




