บรัสเซลส์, เบลเยียม (AFP)- ความพยายามผลักดัน “ดิจิทัลยูโร” มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ หลังสมาชิกรัฐสภายุโรปแสดงการสนับสนุนโครงการดังกล่าวเมื่อวันอังคาร ท่ามกลางแรงผลักดันให้ยุโรปเสริมสร้างอธิปไตยทางการเงิน และลดการพึ่งพาระบบชำระเงินจากสหรัฐฯ
ดิจิทัลยูโรคืออะไร
ดิจิทัลยูโร คือเงินสกุลยูโรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับประเทศสมาชิก 21 ประเทศในยูโรโซน
• ใช้งานได้ฟรี
• ใช้จ่ายได้ทั้งในร้านค้า ออนไลน์ หรือโอนระหว่างบุคคล
• ไม่ต้องผ่านธนาคารพาณิชย์ในฐานะตัวกลาง
แนวคิดนี้ถูกเสนอครั้งแรกโดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อราว 6 ปีก่อน และคณะกรรมาธิการยุโรปเสนอร่างกฎหมายอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2023
อย่างไรก็ตาม การออกกฎหมายต้องได้รับความเห็นชอบทั้งจากประเทศสมาชิกและรัฐสภายุโรป
ลดพึ่งพา Visa–Mastercard เสริม “อธิปไตยการเงิน”
ผู้สนับสนุนมองว่า ดิจิทัลยูโรจะช่วยให้ชาวยุโรปสามารถชำระเงินออนไลน์โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบการชำระเงินของสหรัฐฯ เช่น Visa และ Mastercard
ร่างแก้ไขที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภายุโรประบุว่า
การนำดิจิทัลยูโรมาใช้มีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างอธิปไตยทางการเงินของสหภาพยุโรป ลดความกระจัดกระจายในระบบชำระเงินรายย่อย และสนับสนุนเสถียรภาพของตลาดเดียว
ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้ให้ไฟเขียวในหลักการ เพิ่มแรงกดดันให้รัฐสภาเดินหน้าอนุมัติโครงการ
ECB ย้ำไม่แทนที่เงินสด-ไม่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB พยายามคลายความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว โดยยืนยันว่า
• ECB จะ “ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล”
• ดิจิทัลยูโร “ไม่มีเจตนาแทนที่เงินสด”
แม้ดิจิทัลยูโรจะไม่มีรูปแบบทางกายภาพ แต่เธอย้ำว่าโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ “เป็นยุโรปอย่างแท้จริง” และลดการพึ่งพาผู้ให้บริการต่างชาติ
เสียงคัดค้านกังวลรัฐสอดส่อง-กระทบธนาคารพาณิชย์
ฝ่ายวิจารณ์กังวลว่า รัฐบาลอาจใช้ดิจิทัลยูโรในการติดตามธุรกรรมประชาชน หรือแม้แต่จำกัดการเข้าถึงเงิน
ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์ยุโรปกังวลว่าดิจิทัลยูโรจะกระทบต่อบริการชำระเงินออนไลน์ของตน โดยก่อนหน้านี้ธนาคารหลายแห่งได้ร่วมกันพัฒนาระบบชำระเงินยุโรปของตนเองในชื่อ “Wero”
โยฮัน ฟาน โอเวิร์ตเวลด์ต ส.ส. ฝ่ายขวา แสดงความสงสัยว่า ดิจิทัลยูโรอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด แม้ยอมรับว่าระบบชำระเงินยุโรปปัจจุบันถูกครอบงำโดยบริษัทไม่กี่ราย
บริบทภูมิรัฐศาสตร์ หนุนยุโรปเร่งพึ่งพาตนเอง
ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งประเด็นการค้าและความมั่นคง ยุโรปตระหนักถึงความเปราะบางของตนเอง และต้องการเสริมความเป็นอิสระในภาคยุทธศาสตร์ เช่น กลาโหมและเทคโนโลยี
นักเศรษฐศาสตร์หลายสิบคนได้ลงนามในจดหมายเปิดผนึกเมื่อเดือนมกราคม เรียกดิจิทัลยูโรว่าเป็น “หลักประกันสำคัญของอธิปไตยยุโรป”
เปิดไทม์ไลน์ ทดลองปี 2027 ออกใช้จริงปี 2029
ECB ระบุว่า หากรัฐสภายุโรปอนุมัติในปีนี้
• จะเริ่มโครงการนำร่องในปี 2027
• อาจออกใช้จริงในปี 2029
ปี 2026 จึงอาจเป็นปีชี้ชะตาว่าโครงการดิจิทัลยูโรจะเดินหน้าสู่ขั้นตอนปฏิบัติจริงหรือไม่




