DCT ชง 5 นโยบาย ดันไทยสู่ Digital Hub อาเซียน

28 ก.พ. 2569 - 10:35

  • DCT เร่ง Data-AI ปั้นคนไทยสาย STEM 50%

  • เสริมอธิปไตยดิจิทัล ลดพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ

  • ปั้นสตาร์ตอัป 10,000 ราย ยกระดับ 6 อุตสาหกรรมดิจิทัล

DCT ชง 5 นโยบาย ดันไทยสู่ Digital Hub อาเซียน

ท่ามกลางการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนด้าน Data Center, Cloud และ AI ที่ทวีความเข้มข้นทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล จากเดิมที่เป็น ‘ผู้ใช้เทคโนโลยี’ สู่การเป็น ‘ผู้พัฒนาและเจ้าของเทคโนโลยี’ ในระดับภูมิภาค

เวที DCT Digital Policy Conference ซึ่งจัดโดย สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) จึงมีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นงานสัมมนาเชิงวิชาการ ที่มีการระดมข้อเสนอเชิงนโยบายครั้งสำคัญจาก 6 ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมดิจิทัล เพื่อส่งต่อถึงรัฐบาลในฐานะ ‘วาระแห่งชาติ’ ด้านดิจิทัล

ระดม 6 อุตสาหกรรม สู่ 5 นโยบายเร่งด่วน

การประชุมครั้งนี้นำโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสผู้ร่วมก่อตั้งสภาดิจิทัลฯ พร้อมด้วย ม.ร.ว. นงคราญ ชมพูนุท ประธานสภาดิจิทัลฯ และคณะกรรมการ โดยสะท้อนเสียงจาก 6 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, ฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์, ดิจิทัลคอนเทนต์, บริการดิจิทัล และอุปกรณ์อัจฉริยะ

dct-digital-hub-thailand-SPACEBAR-Photo01.jpg

ก่อนสรุปเป็น 5 ข้อเสนอนโยบายเร่งด่วน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยทั้งระบบ ได้แก่

1) วางรากฐานกำลังคนดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์
(Digital Workforce & Cyber Resilience)

จากปัญหา ไทยขาดคนทักษะสูงด้านดิจิทัล และระบบความปลอดภัยไซเบอร์ยังไม่แข็งแรงพอรองรับเศรษฐกิจ AI โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนบัณฑิตสาย STEM (Science, Technology, Engineering and Mathematics - วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ให้ถึง 50% ของผู้สำเร็จการศึกษาทั้งประเทศ และเพิ่มทักษะการเขียนโปรแกรมของประชากรไทยเป็น 16% รองรับ AI และเทคโนโลยีขั้นสูง ควบคู่การยกระดับ Cybersecurity และมาตรฐานความมั่นคงไซเบอร์ระดับชาติ รวมถึงปรับปรุง Thailand Plus Package ให้ตอบโจทย์การจ้างงานทักษะดิจิทัล

2) เสริมขีดความสามารถแพลตฟอร์มไทยและอธิปไตยดิจิทัล
(Digital Competitiveness & Digital Sovereignty)

ปัจจุบัน ‘เศรษฐกิจดิจิทัลไทย’ พึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติสูง ส่งผลให้เงินไหลออกประเทศจำนวนมาก ไทยจึงจำเป็นต้อง ผลักดันแพลตฟอร์มสัญชาติไทย ลดการพึ่งพาต่างชาติ เสนอระบบติดตามดุลการค้าดิจิทัลแบบบูรณาการ และมาตรการ “Made by Thailand” ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อสร้างผู้เล่นไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก

3) จัดระบบกำกับ AI และเร่งระบบนิเวศสตาร์ตอัป
(AI Governance & Startup Ecosystem)

ทั้งนี้ AI เติบโตเร็ว แต่กติกาและโครงสร้างสนับสนุนธุรกิจเทคยังไม่ชัดเจน ไทยจึงต้อง เร่งขับเคลื่อน National AI Board และจัดตั้ง AI Center of Excellence (AI COE) ด้าน Security และ Safety ตั้งเป้าเพิ่มสตาร์ตอัปเป็น 10,000 ราย พร้อมกลไก Government Co-Investment เทียบเคียงประเทศคู่แข่งในภูมิภาค

4) ดิจิทัลเพื่อความยั่งยืนและการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม
(Digital Sustainability & Inclusive Transformation)

จากปัญหาความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยเฉพาะผู้พิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง จึงต้อง กำหนดมาตรฐานการเข้าถึงบริการดิจิทัล (WCAG) สำหรับทุกภาคส่วน ลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล และพัฒนาบุคลากรด้านออกแบบบริการที่ทุกคนใช้ได้ เพื่อเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโต ‘ทั้งระบบ’ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

5) ยกระดับความสามารถแข่งขัน 6 อุตสาหกรรมดิจิทัล
(Digital Industry Competitiveness)

การยกระดับความสามารถการแข่งขันนี้ ครอบคลุม 6 อุตสาหกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน - มียุทธศาสตร์ Data Center และ Sovereign Cloud ชัดเจน
ฮาร์ดแวร์ - ผลิตชิปและอุปกรณ์มูลค่าสูงในประเทศ
ซอฟต์แวร์ - ปั้น National Software Champion
ดิจิทัลคอนเทนต์ - สร้างมูลค่า IP ไทย
บริการดิจิทัล - พัฒนา Data/AI Sovereignty
อุปกรณ์อัจฉริยะ - มีแบรนด์ไทยที่บูรณาการ Hardware-Software แข่งขันได้

dct-digital-hub-thailand-SPACEBAR-Photo02.jpg

ดิจิทัลคือ ‘ยุทธศาสตร์ประเทศ’

ศุภชัย ระบุว่า การกำหนดนโยบายดิจิทัลต้องอาศัยความร่วมมือรัฐ-เอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และกำลังคน สอดรับการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจในระยะยาว พร้อมผลักดันให้ข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมถูกบูรณาการเข้าสู่กระบวนการนโยบายระดับชาติอย่างเป็นรูปธรรม

dct-digital-hub-thailand-SPACEBAR-Photo03.jpg

ด้าน ม.ร.ว. นงคราญ ชี้ว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลคือ “ฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจใหม่” แต่ไทยยังเผชิญความท้าทายจากการขาดแคลนบุคลากรและการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ จึงต้องเร่งสร้างขีดความสามารถภายในประเทศอย่างเป็นระบบ

dct-digital-hub-thailand-SPACEBAR-Photo04.jpg

ขณะที่ ดร. เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) มองว่า “เศรษฐกิจดิจิทัลไทยมีความแข็งแกร่ง และเป็นแรงขับสำคัญในภาวะเศรษฐกิจโตต่ำ” สะท้อนบทบาทดิจิทัลในฐานะเครื่องยนต์ใหม่ของประเทศ

ส่วน สุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่า ไทยมีความพร้อมเป็นศูนย์กลางดิจิทัลภูมิภาค หากรัฐ-เอกชน-สถาบันการศึกษาร่วมกันผลักดันการลงทุนด้าน Data Center, Cloud และ AI อย่างจริงจัง

dct-digital-hub-thailand-SPACEBAR-Photo05.jpg

เชื่อมวิจัย-ทุน-ระบบนิเวศ

ภายในงานยังมี Medtech Co-Creation Lab เชื่อมผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ และพิธีมอบรางวัล DCT Digital Ecosystem Partner Awards แก่พันธมิตรที่ร่วมสร้างระบบนิเวศดิจิทัล สะท้อนบทบาทของ DCT ในฐานะ ‘กลไกกลาง’ เชื่อมภาครัฐ เอกชน และนวัตกรรม

งานนี้ยังชี้ถึงความสำคัญของการเสนอ 5 นโยบายเร่งด่วนครั้งนี้ด้วยว่า ถือเป็นการวาง ‘เกมระยะยาว’ ของประเทศ เพราะหากรัฐบาลกำหนดโรดแมปชัดเจน ไทยก็มีโอกาสดึงดูดการลงทุนมหาศาล ยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่น และขยับสถานะสู่ Digital Hub ของอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมในทศวรรษหน้า

dct-digital-hub-thailand-SPACEBAR-Photo06.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์