DAOL ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยปี 2026 ชี้ปัจจัยต่างประเทศเริ่มหนุนจากดอกเบี้ยขาลงและ Fund Flow ไหลกลับเอเชีย แต่การเมืองไทยยังเป็นตัวแปรเสี่ยงสำคัญ พร้อมเปิดกลยุทธ์ลงทุน เป้าหมายดัชนี และธีมหุ้นเด่นรับปีหน้า
มงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินทิศทางการลงทุนปี 2026 ว่า ตลาดหุ้นไทยมีสัญญาณ “ผ่านจุดที่แย่ที่สุด” จากปัจจัยต่างประเทศ แต่ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากการเมืองภายในประเทศ ขณะที่เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว โดยเฉพาะจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงและ Fund Flow ที่มีแนวโน้มไหลกลับสู่เอเชีย
สถิติ “ที่สุด” ของตลาดหุ้นไทยปี 2025
ปี 2025 ถือเป็นปีที่ตลาดหุ้นไทยผันผวนสูง โดยมีหุ้นเด่นและหุ้นร่วงแรง ดังนี้
• หุ้น SET50 ราคาปรับขึ้นมากที่สุด TIDLOR (+92%), KTB (+35%), DELTA (+29%)
• หุ้น SET50 ราคาปรับลงมากที่สุด VGI (-70%), BTS (-58%), CCET (-52%)
• หุ้นที่ต่างชาติซื้อสุทธิมากที่สุด KTB (1.2 หมื่นล้านบาท), BBL (3.9 พันล้านบาท), MTC (3.5 พันล้านบาท)
• หุ้นที่ต่างชาติขายสุทธิมากที่สุด BDMS (-1.3 หมื่นล้านบาท), PTTEP (-1.1 หมื่นล้านบาท), KBANK (-9.1 พันล้านบาท)
• หุ้นกำไร 9 เดือนสูงสุด GULF, PTT, PTTEP
ขณะที่ หุ้นขาดทุนสูงสุด ได้แก่ PTTGC, TTCL และ IRPC
เหตุการณ์ใหญ่เขย่าตลาดหุ้นปี 2025
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ดาโอ มองว่าตลาดทุนทั่วโลกยังคงเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากหลายเหตุการณ์สำคัญ อาทิ
• การกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของโดนัลด์ ทรัมป์ และการจุดชนวน Trade War #2
• ความไม่แน่นอนทางการเมืองไทย นำไปสู่การยุบสภาในเดือนธันวาคม
• ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสงครามรัสเซีย–ยูเครน ความขัดแย้งจีน–ญี่ปุ่น และสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
• ความกังวลฟองสบู่ AI ที่กดดันหุ้นเทคโนโลยีโลกช่วงปลายปี เป็นต้น
5 ปัจจัยหลักกำหนดทิศทางตลาดโลกปี 2026
นอกจากนี้ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ดาโอ แนะนำว่า นักลงทุนต้องจับตา 5 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. ความคืบหน้าความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์
2. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เข้าใกล้จุด Peak
3. ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่เข้าสู่ขาลง และการเปลี่ยนตัวประธาน Fed กลางปี 2026
4. การเมืองและการเลือกตั้งไทยช่วงต้นปี
5. ความสามารถในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยปี 2026
สำหรับปี 2026 คาดว่ากำไรจะหดตัวลง 1.9%อยู่ที่ 1.04 ล้าน ล้านบาท ; EPS 82.4 บาท/หุ้น ค่า Forward P/E อยู่ที่ 15.3x (1264 จุด) โดย Sector ส่วนใหญ่กำไรจะ ลดลง YoY ยกเว้น ปิโตรเคมี ค้าปลีก และอิเล็กทรอนิกส์ ที่กำไร ปี 2026 ดีกว่าปี 2025
ส่วนเป้าหมายดัชนีฯ ปี 2026 จะอยู่ที่ 1,380 จุด และจากประเมินตลาดมองว่าผ่านจุดที่แย่ที่สุดมาแล้ว และสำหรับความเสี่ยงที่จะทำให้ ดัชนีฯ ปี 2026 ไปไม่ถึงเป้าหมาย คือ การเมือง จะสงบหรือกระตุ้นเศรษฐกิจได้ขนาดไหน และตัวแปรสำคัญอีกปัจจัยที่น่าจับตาคือปัจจัยต่างประเทศที่ลบมาจากปีก่อน จะพลิกกลับมาเป็นบวกได้หรือไม่
ทั้งนี้กำไรตลาดปี 2025 มองว่าสูงกว่าปีก่อน หรือปีปกติมาจาก
1) ปี 2024 มีผลขาดทุน Stock มาก
2) ปี 2025 มีรายการพิเศษขนาดใหญ่ เช่น GULF และ SCC
3) หุ้น TRUE +DIF มีการประมาณการกาไรสูงกว่าในอดีตมาก
4) นำ THAI กลับเข้ามาในการคานวณกาไร SET
กลยุทธ์เลือกหุ้นไทยปี 2026 แนะ 3 ธีมเด่น
1. หุ้นอิงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว
เน้นกลุ่ม Commodity, ส่งออก และ EV เช่น IVL, PTTGC, PTTEP, HANA, SAT
2. หุ้นปันผลสูง รับมือความผันผวน
แนะนำจัดพอร์ต 30–40% ในหุ้น High Dividend เช่น ADVANC, SCB, PTT, KTB
3. โอกาสสะสมหุ้นราคาถูก
หุ้นพื้นฐานดี กำไรโตเกิน 10% และมีปันผลสม่ำเสมอ เช่น CPALL, BDMS, MTC, CPF, BCH, GLOBAL



