ทองทะลุ 66,500 บาท! เฟดอัดฉีดเงิน 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุนทองพุ่งต่อเนื่อง

29 ธ.ค. 2568 - 04:22

  • ทรัมป์สั่งการชัด "ประธานเฟดคนใหม่ต้องลดดอกเบี้ยทันที" เตรียมประกาศรายชื่อภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ ตลาด CME คาดเฟดลดดอกเบี้ยมีนาคม 2026 สูงถึง 82.3%

  • สภาทองคำโลกชี้ทองอาจพุ่งต่ออีก 5-15% ในปี 2026 จากการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่ม ธนาคารกลางซื้อสะสม และดอกเบี้ยที่ลดลง

  • Bloomberg Intelligence เตือนทองสามารถพุ่ง 5,000 ดอลลาร์ แต่ก็ร่วง 3,500 ดอลลาร์ได้ เหมือนปี 1979-1982 ที่ดิ่ง 50%

ทองทะลุ 66,500 บาท! เฟดอัดฉีดเงิน 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุนทองพุ่งต่อเนื่อง

ราคาทองคำวันนี้ (29 ธ.ค. 68) ข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำเมื่อเวลา 10.08 น. (ครั้งที่ 5) ปรับเพิ่มขึ้น 150 บาท ทำให้ราคาทองแท่งรับซื้อที่ 66,550 บาท ขายออก 66,650 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อ 65,218.32 บาท ขายออก 67,450 บาท สะท้อนแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน หลังงบดุลเฟดเผยสภาพคล่องเงินดอลลาร์พุ่ง ขณะที่ทรัมป์เตรียมแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ที่ต้อง "ลดดอกเบี้ยทันที"

เฟดอัดฉีดเงิน 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในสัปดาห์

ฮั่วเซ่งเฮงเปิดเผยบทวิเคราะห์ทองคำ โดยระบุว่า งบดุลเฟดช่วง 18-24 ธ.ค. เผยภาพชัดเจนของการเพิ่มสภาพคล่อง (NetLiquidity) ถึง 54,539 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น:

1. เฟดซื้อพันธบัตรคืนเพิ่มขึ้น 12,000 ล้านดอลลาร์ - หลังนายเจอโรม พาวเวล ประกาศนโยบายผ่อนคลาย (QE) เดือนละ 40,000 ล้านดอลลาร์ เริ่ม 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารพาณิชย์ได้เงินสดไปปล่อยกู้ง่ายขึ้น

2. เงินไหลออกจาก RRP ถึง 5,561 ล้านดอลลาร์ - บัญชีฝากเงินออกทรัพย์ข้ามคืนลดเหลือเพียง 4,800 ล้านดอลลาร์ หมายถึงเงินดอลลาร์ไหลกลับสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

3. กระทรวงการคลังถอนเงิน 36,978 ล้านดอลลาร์ - จากบัญชีฝากที่เฟด เหลือ 824,439 ล้านดอลลาร์ เตรียมสะพัดเข้าสู่ระบบผ่านการใช้จ่ายภาครัฐ

เมื่อสภาพคล่องดอลลาร์เพิ่มขึ้นแบบนี้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว กลายเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ โดยรายงานงบดุลครั้งต่อไปจะออกในวันศุกร์หน้า ตลาดจับตาว่าเทรนด์นี้จะดำเนินต่อหรือไม่

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงด้านอุปทาน ไม่ใช่อุปสงค์ของดอลลาร์ทั่วโลก แต่หาก Net Liquidity ติดลบหลายสัปดาห์ติดกัน อาจนำมาสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้

สภาทองคำโลกชี้ ทองอาจพุ่งอีก 5-15% ในปี 2026

สภาทองคำโลก (World Gold Council) มองว่าการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองสะสมต่อเนื่อง และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง จะหนุนราคาทองพุ่งต่ออีก 5-15% ในปีหน้า

นักยุทธศาสตร์อาวุโสของสภาทองคำโลกนายโจ คาวาโทนี ระบุว่าเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและดอกเบี้ยที่ยังคงลดลงจะเป็นแรงหนุนสำคัญ โดยเฉพาะจากตัวเลข Dot Plot ของเฟดในการประชุม FOMC วันที่ 9-10 ธ.ค. ชี้ว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ในปีหน้า

แต่นักยุทธศาสตร์จาก Bloomberg Intelligence ไมค์ แมคโกลน เตือนว่าแม้ทองจะพุ่งไปถึง 5,000 ดอลลาร์ได้ไม่ยาก แต่ก็สามารถร่วงลงมาที่ 3,500 ดอลลาร์ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างปี 1979-1982 ที่ทองพุ่งแล้วดิ่งลงกว่า 50% ในเวลาเพียง 2 ปี ย้ำให้นักลงทุนระมัดระวัง

ทรัมป์สั่งการ "ประธานเฟดคนใหม่ต้องลดดอกเบี้ยทันที"

 ปธน.ทรัมป์กำลังจะประกาศรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่แทนนายเจอโรม พาวเวลล์ ที่จะหมดวาระในพฤษภาคม 2026 โดยเมื่อ 23 ธ.ค. ทรัมป์ระบุชัดว่า "ใครที่ไม่พยายามลดดอกเบี้ย จะไม่ได้เป็นประธานเฟด"

ทรัมป์ต้องการนโยบาย "Run-it-hot" คือปล่อยให้เศรษฐกิจเติบโตสูงแม้เงินเฟ้อจะพุ่ง โดยเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาความสามารถในการซื้อบ้านของประชาชน ซึ่งเขาเชื่อว่าดอกเบี้ยที่ต่ำลงจะช่วยตลาดที่อยู่อาศัยได้ ขณะนี้ทรัมป์คัดเหลือ 3-4 คน คาดประกาศภายใน 2-3 สัปดาห์นี้

ผู้จัดการพอร์ตพันธบัตรจาก Wilmington Trust วิลเมอร์ สติธ คาดว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ย 1 ครั้งช่วง ม.ค.-พ.ค. แต่อาจลดถึง 2-3 ครั้งในครึ่งปีหลัง 2026 หลังได้ประธานคนใหม่ เพราะเฟดกำลังใกล้ชิดกับรัฐบาลมากขึ้น

ความไม่แน่นอนในคณะกรรมการเฟด

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ จาก Deutsche Bank แมทธิว ลุซเซตติ เตือนว่าพาวเวลล์สามารถสร้างฉันทามติในคณะกรรมการที่แตกแยกเพื่อลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ แต่ประธานคนใหม่อาจทำได้ยากกว่า โดยเฉพาะเมื่อเงินเฟ้อยังสูงแต่ตลาดแรงงานอ่อนแอ

ในการประชุม FOMC ล่าสุด ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์และดัลลัส (ซึ่งมีสิทธิออกเสียงในปี 2026) กังวลว่าเงินเฟ้ออาจทรงตัวสูงนานกว่าคาด ส่วนประธานเฟดสาขานิวยอร์กปฏิเสธที่จะบอกทิศทางนโยบาย บอกว่าต้องรอดูตัวเลขเศรษฐกิจก่อนการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 27-28 ม.ค.

จากปัจจัยเหล่านี้ ตลาด CME FedWatch ปรับคาดการณ์ขึ้นเป็น 82.3% ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงมาที่ 3.50-3.75% ในมีนาคม 2026 ขณะที่มีเพียง 17.7% ที่คาดว่าจะลดในเดือนมกราคม

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้

  •  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  •  การจ้างงานนอกภาคเกษตรจาก ADP
  • ยอดขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนพฤศจิกายน

แนวโน้มราคาทองสัปดาห์นี้

ราคาทองคำโลกเข้าสู่ระยะขาขึ้นตามกรอบ Expanding Triangle ด้วยปัจจัยหนุนจาก Net Liquidity ที่สูงขึ้น แนวโน้มประธานเฟดคนใหม่ที่ต้องลดดอกเบี้ย และการคาดการณ์ของสภาทองคำโลก

แนวต้าน: 4,670 และ 4,770 ดอลลาร์/ออนซ์ หากทะลุอาจทำ All Time High ต่อเนื่อง

แนวรับ: 4,370 และ 4,270 ดอลลาร์/ออนซ์ หากเจอแรงขายจากความไม่แน่นอนของเฟด

สำหรับทองไทย ฮั่วเซ่งเฮงแนะนำทยอยสะสมเมื่อราคาปรับลงใกล้ 65,600 บาท ตัดขาดทุนที่ 65,100 บาท แนวต้านอยู่ที่ 67,500 และ 68,000 บาท

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์