กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) จัดพิธีมอบรางวัลโครงการประกวดภาพถ่าย “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ประจำปี 2568 ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 31 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือฯ นายฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครือฯ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุด ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือฯพร้อมผู้บริหารและคณะกรรมการตัดสินผลงานฯ ร่วมมอบรางวัลในงานดังกล่าว สะท้อนพลังความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชน ที่สืบสานภารกิจการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศมากว่า 3 ทศวรรษ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้ สัมผัส และถ่ายทอดคุณค่าของทรัพยากรสัตว์ป่า ป่าไม้ และ ระบบนิเวศทางทะเล เพื่อกระตุ้นให้สังคมตระหนักและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
โครงการฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลเกียรติยศแก่ผู้ชนะเลิศประเภท “สัตว์มีค่า” และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทานถ้วยรางวัลเกียรติยศแก่ผู้ชนะเลิศประเภท “ป่ามีคุณ” ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุดและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมประกวดทั่วประเทศ
ผลการประกวดประจำปี 2568
• ประเภท “สัตว์มีค่า” รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ภาพ “วิ่งนี้เพื่อครอบครัว” ผลงานของ นายจักรกฤษณ ตรงดี ที่ถ่ายทอดเรื่องราวพฤติกรรมของพ่อและแม่นกอีโก้ง เมื่อได้หัวบัวที่เป็นอาหารแล้ว ก็จะรีบวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเอาอาหารไปให้ลูกๆ เพราะถ้าวิ่งช้า จะโดนนกตัวอื่นวิ่งไล่แย่งอาหาร



• ประเภท “ป่ามีคุณ” รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ภาพ “อุดมสมบูรณ์” ผลงานของ นายธนเกียรติ ธีระกาญจน์ ที่ถ่ายทอดความสมบูรณ์ของป่าทำให้ได้เห็นสัตว์ป่านานาชนิด เช่น นกแก๊กจำนวนหลายตัวบนต้นไทร เหยี่ยวบินหากินอยู่ใกล้ๆ โดยมีช้างป่าหากินอยู่ด้านล่าง และเหล่านกยางควายบินหากินใกล้ช้าง ได้อย่างลึกซึ้งและทรงพลัง

โดยผลงานที่ได้รับรางวัลได้สะท้อนคุณค่า ความงดงาม และความสำคัญของระบบนิเวศไทยได้อย่างลึกซึ้ง
พลังความร่วมมือรัฐ–เอกชน ขับเคลื่อนการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงฯ มีพันธกิจหลักในการสงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งการอนุรักษ์จะยั่งยืนได้ ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โครงการ ‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ จึงเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงนโยบายของกระทรวงฯ สู่การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยใช้ศิลปะการถ่ายภาพเป็นเครื่องมือสร้างความตระหนัก และความหวงแหนต่อทรัพยากรธรรมชาติ
ความร่วมมือระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ เครือซีพี สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม ในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ และต่อยอดสู่กิจกรรมที่สร้างประโยชน์ในหลายมิติ อาทิ การสร้างเครือข่ายนักสื่อสารสิ่งแวดล้อม ทั้งช่างภาพมืออาชีพ เยาวชน และประชาชนทั่วไป การปลูกจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ ให้ตระหนักถึงคุณค่าของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

31 ปีแห่งเจตนารมณ์ สู่เวทีภาพถ่ายเพื่อสังคม
ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นตัวอย่างของความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชนที่มุ่งสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อประเทศอย่างแท้จริง เราเชื่อมั่นว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคม
ทั้งนี้ เครือซีพีดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก 3 ประโยชน์ คือ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการ “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจด้านความยั่งยืนที่เราดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนขยายผลการอนุรักษ์ไปสู่ประชาชนในวงกว้าง ในรูปแบบการจัดนิทรรศการ การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ การสนับสนุนเยาวชน และการสร้างพื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศไทย
“โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยเจตนารมณ์ในการปลูกฝังค่านิยมให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ เดิมดำเนินงานภายใต้กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนขยายมาสู่การดำเนินงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน
ในอดีต การอนุรักษ์อาจถูกมองเป็นทางเลือก ทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะภาวะโลกร้อนที่ทั่วโลก กำลังเผชิญ เป็นเรื่องที่ทุกประเทศจำเป็นต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง องค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงสหประชาชาติได้เชิญชวนให้ประเทศสมาชิกเร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ประเทศไทยเองก็ต้องร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม” ดร.อาชว์ กล่าว

ตลอด 31 ปี ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดไม่เพียงถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติไทย หากยังเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ทางวิชาการ บันทึกภาพสัตว์ป่าหายากหรือใกล้สูญพันธุ์ และพฤติกรรมสัตว์ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยและการอนุรักษ์ในระยะยาว และยังมีส่วนช่วยบันทึกความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณพืช หลายกรณีเป็นการค้นพบชนิดพันธุ์ใหม่ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติไทย
ดร.อาชว์ กล่าวทิ้งกล่าวทิ้งท้ายว่าโครงการ “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ไม่เพียงเป็นเวทีประกวดภาพถ่ายหากยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมร่วมกันรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าให้อยู่ ให้คงอยู่เป็นสมบัติของลูกหลานไทยสืบไป



นิทรรศการเปิดให้เข้าชม 17 ก.พ. – 1 มี.ค. 2569
ประชาชนสามารถเข้าชมนิทรรศการ “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ณ โถงนิทรรศการ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 เพื่อสัมผัสความงดงามของธรรมชาติไทยผ่านมุมมองของช่างภาพมืออาชีพ และร่วมเป็นพลังในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่สืบไป
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ทรูปลูกปัญญา โทร. 02-858-6279 หรือ เฟซบุ๊กแฟนเพจ: สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ / IG: cp_photocontest หรือ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2579-6666 ต่อ 1641-2
















