ท่ามกลางโลกเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วจากแรงขับของ AI เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรม การพัฒนาประเทศในวันนี้ไม่ได้วัดกันเพียงขนาดของเงินลงทุน แต่ขึ้นอยู่กับว่าประเทศนั้นสามารถสร้าง ‘คนรุ่นใหม่’ ที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และพร้อมก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแห่งอนาคตได้มากเพียงใด
นี่คือความหมายของกิจกรรม “CP Scholarship Talent ทุนฯ ซีพี สร้างผู้นำ สร้างอนาคต” ที่จัดขึ้นล่าสุด ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ เวทีสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงการคัดเลือกผู้รับทุนการศึกษา แต่เป็นหนึ่งในกระบวนการเฟ้นหาเยาวชนไทยที่มีศักยภาพจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในโลกยุคใหม่

กิจกรรมครั้งนี้เป็นรอบคัดเลือกระดับภูมิภาคครั้งสุดท้ายของโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประจำปี 2569 โดยมีนักเรียน นิสิต และนักศึกษาจากกรุงเทพฯ และภาคกลางกว่า 100 คน เข้าร่วมกระบวนการประเมินศักยภาพอย่างเข้มข้น ผ่านการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวและกิจกรรมกลุ่ม เพื่อประเมินภาวะผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และทักษะการแก้ปัญหาในโลกอนาคต
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และกรรมการบริหารโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวให้โอวาทแก่ผู้สมัครว่า ไม่ว่าผลการคัดเลือกจะออกมาอย่างไร การได้ก้าวมาถึงรอบสุดท้ายของทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ ถือเป็น ‘โอกาสสำคัญ’ ที่มีคุณค่าในตัวเอง เพราะสิ่งที่ผู้สมัครได้รับในวันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผลการคัดเลือก แต่คือการได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ครอบครัวซีพี’ ซึ่งเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสวิธีคิด วิธีทำงาน และมุมมองของผู้บริหารระดับแนวหน้าของประเทศอย่างใกล้ชิด

คุณหญิงกษมาเน้นว่า คุณค่าที่แท้จริงของเวทีนี้ยังอยู่ที่การได้พบปะกับเยาวชนจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งในอนาคตอาจไม่ได้เป็นเพียงคู่แข่งขัน หากแต่อาจเติบโตขึ้นเป็นเครือข่ายแห่งการเรียนรู้ เป็นพันธมิตร และเป็นกำลังสำคัญในการร่วมกันสร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคมและประเทศ
สารสำคัญที่สะท้อนจากมุมมองของคุณหญิงกษมา คือการสร้างคนรุ่นใหม่ในโลกยุคนี้ ไม่ใช่เพียงการให้โอกาสทางการศึกษา แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากคนเก่ง ได้ตั้งคำถามกับโลกจริง และได้สร้างเครือข่ายคุณภาพตั้งแต่วัยเรียน ซึ่งล้วนเป็นทุนสำคัญของการเติบโตในอนาคต

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ กรรมการบริหารทุนการศึกษา และประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวต่อว่า ในยุคที่องค์ความรู้เปลี่ยนเร็วอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความรู้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งสำคัญคือการมีหัวใจของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
“เด็กยุคใหม่ต้องรู้จักตั้งคำถาม ค้นหาคำตอบ และกล้าลงมือทำจริง เพราะคนที่พร้อมเรียนรู้และพร้อมปรับตัวเท่านั้น ที่จะสามารถเปลี่ยนโอกาสให้กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตได้”
— ดร.ธีระพล กล่าว

เพื่อให้เยาวชนได้มองเห็นภาพของโลกเศรษฐกิจแห่งอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม ผู้สมัครในปีนี้ยังได้เยี่ยมชมศูนย์ COE (Center of Excellence) และ CP Innovation ของเครือฯ ซึ่งเป็นพื้นที่รวบรวมเทคโนโลยีสำคัญแห่งอนาคต ทั้งห้องปฏิบัติการ AI หุ่นยนต์ เทคโนโลยีชีวภาพ และ Data Center
การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้สัมผัสเทคโนโลยีเหล่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมดูงาน แต่เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเคลื่อนไปในทิศทางใด และทักษะแบบไหนที่จะกลายเป็น ‘ทุนใหม่’ ของการแข่งขันในอนาคต

เบื้องหลังเวทีในวันนี้ คือโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 48 ปี นับตั้งแต่ปี 2522 จากเจตนารมณ์ของประธานกิตติมศักดิ์ จรัญ เจียรวนนท์ ก่อนสืบสานต่อโดยประธานอาวุโสฯ ธนินท์ เจียรวนนท์
ตลอดระยะเวลาเกือบครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา โครงการได้มอบทุนแก่เยาวชนไทยแล้วกว่า 6,600 ทุน และผู้ได้รับทุนจำนวนมากได้เติบโตขึ้นเป็นแพทย์ วิศวกร นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และผู้นำในหลากหลายสาขา

ปี 2569 จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับโครงการ ภายใต้แนวคิด ‘สร้างคน สร้างอนาคต’ โดยธนินท์ เจียรวนนท์ วางหลักคิดไว้อย่างชัดเจนว่า
“เราต้องให้โอกาสกับผู้นำ เพราะการส่งเสริมผู้นำเพียงหนึ่งคน สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงและยั่งยืนได้”
ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการแข่งขันระดับโลก เวทีคัดเลือกทุนในวันนี้จึงมีความหมายมากกว่าการเฟ้นหาผู้รับทุน หากแต่เป็นหนึ่งในกระบวนการสร้าง ‘ทุนมนุษย์คุณภาพสูง’ ให้กับประเทศ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความได้เปรียบที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทยในอนาคต อาจไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมีคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะคิดเป็น ทำเป็น และนำพาการเปลี่ยนแปลงได้จริง





