บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด และ Amaze Token ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับ NTT DOCOMO GLOBAL บริษัทโทรคมนาคมชั้นนำจากญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาระบบ Loyalty E-Commerce ยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเปิดทางแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างไทย-ญี่ปุ่น และวางเป้าขยายสู่ตลาดอาเซียนในอนาคต
‘ซีพี’ ชี้ Loyalty E-Commerce คือโครงสร้างใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล
ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า แม้ Loyalty E-Commerce จะยังเป็นแนวคิดใหม่สำหรับตลาดไทย แต่มีแนวโน้มจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยระบบสะสมแต้มแบบเดิมจะถูกยกระดับสู่ Token บนแอปพลิเคชันและระบบดิจิทัล เพื่อเชื่อมสิทธิประโยชน์เข้ากับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคได้แม่นยำยิ่งขึ้น
จุดแข็งของโมเดลนี้อยู่ที่การนำ Big Data จากธุรกิจโทรคมนาคมมาผสานกับ Analytics และ AI เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าโดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว ก่อนเชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับสินค้า บริการ และร้านค้าจริงได้อย่างตรงจุด ซึ่ง NTT DOCOMO ได้พัฒนาระบบนี้ต่อยอดจากฐานข้อมูลความหนาแน่นของผู้คนในช่วง COVID-19 จนกลายเป็นเครื่องมือการตลาดสำหรับธุรกิจค้าปลีกทั่วญี่ปุ่น
ศุภชัยยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของญี่ปุ่นต่อเครือเจริญโภคภัณฑ์และการลงทุนในไทย โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี และหวังให้เป็นต้นแบบของพันธมิตรทางธุรกิจรูปแบบใหม่ระหว่างสองประเทศในอนาคต

ปลัดดีอี ชี้ไทยติดอันดับโลกด้านดิจิทัล พร้อมหนุน Loyalty E-Commerce เต็มสูบ
พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในงานแถลงข่าวว่า ภาครัฐพร้อมสนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้อย่างเต็มที่ ในฐานะส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและดิจิทัลระหว่างไทยกับญี่ปุ่น
ปลัดกระทรวงดีอีระบุว่า แม้ภาพรวม GDP ของไทยในปีที่ผ่านมาจะยังไม่สดใส แต่หากพิจารณาเฉพาะภาคเศรษฐกิจดิจิทัล กลับพบว่าเติบโตได้อย่างโดดเด่น สวนทางกับตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวม สะท้อนให้เห็นว่าไทยมีศักยภาพที่จะเป็นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค โดยปัจจุบันไทยติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลกด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทั้งการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การใช้สมาร์ทโฟน และระบบการสื่อสาร
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังอยู่ระหว่างการพัฒนา Data Center ระดับชาติ ที่มีกำหนดเปิดตัวภายในปลายปีนี้ ควบคู่กับการผลักดันโปรแกรม AI ระดับชาติ เพื่อต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีอยู่แล้ว โดยไทยมีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ในฐานะศูนย์กลางของภูมิภาค ซึ่งจะเป็นจุดแข็งสำคัญในการดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีจากนานาชาติ รวมถึงญี่ปุ่น
ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือระหว่าง Ascend Commerce และ NTT DOCOMO GLOBAL สอดคล้องกับกรอบความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยและญี่ปุ่นในระดับรัฐบาล และจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในระยะยาว

NTT DOCOMO ผนึก 20 ปี Point Economy สู่ตลาดไทย
Mr. Hiroki Kuriyama, Chief Executive Officer, NTT DOCOMO GLOBAL กล่าวว่า NTT DOCOMO สั่งสมประสบการณ์ด้าน Point Economy หรือระบบเศรษฐกิจคะแนนสะสมมากว่า 20 ปี นับตั้งแต่เริ่มใช้โปรแกรมคะแนนสะสม d POINT ในปี 2547 เพื่อทำความเข้าใจผู้บริโภค จากนั้นขยายเครือข่ายร้านค้าร่วมผ่านพันธมิตรภายนอกในปี 2558 จนปัจจุบัน d POINT CLUB มีฐานสมาชิกสะสมกว่า 100 ล้านราย ก่อนต่อยอดสู่ธุรกิจการตลาดและการเงินดิจิทัล
ความเชี่ยวชาญดังกล่าวจะถูกนำมาปรับใช้กับบริบทตลาดไทย โดยอาศัยระบบนิเวศของเครือซีพีที่ครอบคลุมทั้งค้าปลีก สื่อสาร อีคอมเมิร์ซ และสื่อ ซึ่งเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างลึกซึ้ง
"ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำระบบนิเวศของ CP Group มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้าน Point Economy และโซลูชันทางการตลาดที่ NTT DOCOMO สั่งสมมากว่า 20 ปี เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภคไทยให้สะดวก คุ้มค่า และตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากขึ้น" ฮิโรกิ กล่าว
ฮิโรกิยังยืนยันว่า Amaze จะไม่หยุดอยู่เพียงบริการเฉพาะกลุ่ม แต่จะมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะกลางและระยะยาว พร้อมยกระดับความเป็นพันธมิตรไทย-ญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ภายใต้พันธกิจ "Bridging Worlds for Wonder and Happiness" หรือการเชื่อมโยงโลกเพื่อสร้างความมหัศจรรย์และความสุข

Amaze ครบ 1 ปี NTT DOCOMO ถือหุ้น 20% ตั้งเป้า 15–20 ล้านผู้ใช้
ธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด และผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม ด้านอีคอมเมิร์ซ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เผยผลการดำเนินงานของแพลตฟอร์ม Amaze ในโอกาสครบรอบ 1 ปีว่า นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนเมษายนปีที่ก่อน แพลตฟอร์มมียอดดาวน์โหลดสะสมแล้วกว่า 9.1 ล้านครั้ง โดยมีผู้ใช้งานที่ทำรายการแลกแต้ม โอนแต้ม และใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันจริงกว่า 1 ล้านราย คิดเป็น Active Rate ราว 14% พร้อมมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบแต้มรวมแล้วเกือบ 3 ล้านครั้ง และยังคงเติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบัน Amaze มีร้านค้าบนระบบกว่า 3,500 ร้าน ครอบคลุมเครือข่ายสาขาของ 7-Eleven, Lotus's และ Makro รวมกว่า 18,000 สาขาทั่วประเทศ มีพันธมิตรร้านอาหารแล้วกว่า 150 ร้าน และมีฐานสมาชิกอยู่ที่ราว 4 ล้านราย ณ เดือนเมษายน 2569
"ถามว่า 9 ล้านดาวน์โหลดใหญ่ไหม เมื่อเทียบกับเจ้าตลาดอาจยังไม่ใหญ่ แต่ผมไม่เชื่อว่าจะมีร้านอาหารร้านไหนในไทยที่มีฐานดาวน์โหลด 9 ล้านราย" ธรินทร์ กล่าวเพิ่มเติม
ธรินทร์เปิดเผยรายละเอียดของดีลกับ NTT DOCOMO GLOBAL ว่า บริษัทเข้ามาในฐานะผู้ถือหุ้น 20% ใน Ascend Commerce ซึ่งเป็นบริษัทที่มีฐานธุรกิจและระบบนิเวศที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ไม่ใช่การตั้งบริษัทใหม่ พร้อมเปิดโรดแมปครึ่งปีหลัง 2569 ว่าจะยกระดับการใช้แต้มในร้านอาหารจากการ "แลกคูปองไปใช้" สู่การใช้แต้มแทนเงินสดได้โดยตรง ณ จุดขาย ตามโมเดลที่ NTT DOCOMO ทำสำเร็จแล้วในญี่ปุ่น ควบคู่กับการให้บริการ CRM Solution สำหรับร้านอาหาร เพื่อให้เข้าถึงฐานลูกค้า Amaze ทั้งหมดและทำการตลาดเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำโดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า
ในด้านสินค้าญี่ปุ่น ธรินทร์ระบุว่าจะเริ่มนำสินค้าจากกลุ่มบริษัทญี่ปุ่นที่มีฐานอยู่ในไทยเข้าจำหน่ายบนแพลตฟอร์มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ก่อนขยายสู่แบรนด์ญี่ปุ่นโดยตรง เช่น ห้างสรรพสินค้า Mitsukoshi และวางแผนนำสินค้าไทยสู่ตลาดญี่ปุ่นในระยะถัดไป
สำหรับกลยุทธ์ราคา ธรินทร์ยืนยันว่า Amaze เก็บค่า Commission ต่ำกว่าเจ้าตลาดมากกว่าครึ่ง ขณะที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั่วไปเก็บสูงถึง 30% กว่า โดยมีรายได้จาก 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ค่า Commission จาก Marketplace, รายได้จาก Tech & Service และรายได้จากระบบแต้ม
เราเป็นแพลตฟอร์มของคนไทยเพื่อคนไทย ที่แน่ๆ คือเราต้องถูกกว่าตลาดเสมอ
ธรินทร์ ธนียวัน

ธรินทร์ตั้งเป้าหมายสิ้นปี 2569 ว่า Amaze จะมียอดดาวน์โหลดแตะ 15–20 ล้านราย โดยเชื่อมั่นว่าเมื่อผู้บริโภคไทยเข้าใจว่าแต้มที่มีอยู่สามารถนำมาใช้แทนเงินสดในชีวิตประจำวันได้จริง โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพเศรษฐกิจยังกดดันกำลังซื้อ ยอดผู้ใช้งานแอคทีฟจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
"ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของ Point Economy เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น แต่เมื่อคนเข้าใจว่าแต้มที่มีอยู่สามารถนำมาใช้แทนเงินสดในชีวิตประจำวันได้จริง วันนั้น Amaze จะเป็น Point Exchange ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย"








