NTT DOCOMO GLOBAL จับมือ Ascend Commerce เครือซีพี ปักธง Loyalty E-Commerce ด้วย AI เชื่อมไทย-ญี่ปุ่น สู่อาเซียน

24 เม.ย. 2569 - 18:46

  • NTT DOCOMO GLOBAL ถือหุ้น 20% ใน Ascend Commerce นำประสบการณ์ Point Economy 20 ปีและฐานสมาชิก d POINT กว่า 100 ล้านรายสู่ตลาดไทย

  • Amaze ครบ 1 ปี ยอดดาวน์โหลด 9.1 ล้านครั้ง เครือข่าย 18,000 สาขา ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 15-20 ล้านสิ้นปี 2569

  • ครึ่งปีหลัง เตรียมเปิดตัวสินค้าญี่ปุ่นบนแพลตฟอร์มและระบบใช้แต้มแทนเงินสดในร้านอาหาร มุ่งสู่ศูนย์กลาง Loyalty Commerce อาเซียน

NTT DOCOMO GLOBAL จับมือ Ascend Commerce เครือซีพี ปักธง Loyalty E-Commerce ด้วย AI เชื่อมไทย-ญี่ปุ่น สู่อาเซียน

บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด และ Amaze Token ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับ NTT DOCOMO GLOBAL บริษัทโทรคมนาคมชั้นนำจากญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาระบบ Loyalty E-Commerce ยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเปิดทางแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างไทย-ญี่ปุ่น และวางเป้าขยายสู่ตลาดอาเซียนในอนาคต

‘ซีพี’ ชี้ Loyalty E-Commerce คือโครงสร้างใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล

ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า แม้ Loyalty E-Commerce จะยังเป็นแนวคิดใหม่สำหรับตลาดไทย แต่มีแนวโน้มจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยระบบสะสมแต้มแบบเดิมจะถูกยกระดับสู่ Token บนแอปพลิเคชันและระบบดิจิทัล เพื่อเชื่อมสิทธิประโยชน์เข้ากับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคได้แม่นยำยิ่งขึ้น

จุดแข็งของโมเดลนี้อยู่ที่การนำ Big Data จากธุรกิจโทรคมนาคมมาผสานกับ Analytics และ AI เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าโดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว ก่อนเชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับสินค้า บริการ และร้านค้าจริงได้อย่างตรงจุด ซึ่ง NTT DOCOMO ได้พัฒนาระบบนี้ต่อยอดจากฐานข้อมูลความหนาแน่นของผู้คนในช่วง COVID-19 จนกลายเป็นเครื่องมือการตลาดสำหรับธุรกิจค้าปลีกทั่วญี่ปุ่น

ศุภชัยยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของญี่ปุ่นต่อเครือเจริญโภคภัณฑ์และการลงทุนในไทย โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี และหวังให้เป็นต้นแบบของพันธมิตรทางธุรกิจรูปแบบใหม่ระหว่างสองประเทศในอนาคต

ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์
ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์

ปลัดดีอี ชี้ไทยติดอันดับโลกด้านดิจิทัล พร้อมหนุน Loyalty E-Commerce เต็มสูบ

พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในงานแถลงข่าวว่า ภาครัฐพร้อมสนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้อย่างเต็มที่ ในฐานะส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและดิจิทัลระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

ปลัดกระทรวงดีอีระบุว่า แม้ภาพรวม GDP ของไทยในปีที่ผ่านมาจะยังไม่สดใส แต่หากพิจารณาเฉพาะภาคเศรษฐกิจดิจิทัล กลับพบว่าเติบโตได้อย่างโดดเด่น สวนทางกับตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวม สะท้อนให้เห็นว่าไทยมีศักยภาพที่จะเป็นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค โดยปัจจุบันไทยติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลกด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทั้งการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การใช้สมาร์ทโฟน และระบบการสื่อสาร

นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังอยู่ระหว่างการพัฒนา Data Center ระดับชาติ ที่มีกำหนดเปิดตัวภายในปลายปีนี้ ควบคู่กับการผลักดันโปรแกรม AI ระดับชาติ เพื่อต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีอยู่แล้ว โดยไทยมีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ในฐานะศูนย์กลางของภูมิภาค ซึ่งจะเป็นจุดแข็งสำคัญในการดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีจากนานาชาติ รวมถึงญี่ปุ่น

ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือระหว่าง Ascend Commerce และ NTT DOCOMO GLOBAL สอดคล้องกับกรอบความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยและญี่ปุ่นในระดับรัฐบาล และจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในระยะยาว

พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

NTT DOCOMO ผนึก 20 ปี Point Economy สู่ตลาดไทย

Mr. Hiroki Kuriyama, Chief Executive Officer, NTT DOCOMO GLOBAL กล่าวว่า NTT DOCOMO สั่งสมประสบการณ์ด้าน Point Economy หรือระบบเศรษฐกิจคะแนนสะสมมากว่า 20 ปี นับตั้งแต่เริ่มใช้โปรแกรมคะแนนสะสม d POINT ในปี 2547 เพื่อทำความเข้าใจผู้บริโภค จากนั้นขยายเครือข่ายร้านค้าร่วมผ่านพันธมิตรภายนอกในปี 2558 จนปัจจุบัน d POINT CLUB มีฐานสมาชิกสะสมกว่า 100 ล้านราย ก่อนต่อยอดสู่ธุรกิจการตลาดและการเงินดิจิทัล

ความเชี่ยวชาญดังกล่าวจะถูกนำมาปรับใช้กับบริบทตลาดไทย โดยอาศัยระบบนิเวศของเครือซีพีที่ครอบคลุมทั้งค้าปลีก สื่อสาร อีคอมเมิร์ซ และสื่อ ซึ่งเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างลึกซึ้ง

"ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำระบบนิเวศของ CP Group มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้าน Point Economy และโซลูชันทางการตลาดที่ NTT DOCOMO สั่งสมมากว่า 20 ปี เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภคไทยให้สะดวก คุ้มค่า และตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากขึ้น" ฮิโรกิ กล่าว

ฮิโรกิยังยืนยันว่า Amaze จะไม่หยุดอยู่เพียงบริการเฉพาะกลุ่ม แต่จะมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะกลางและระยะยาว พร้อมยกระดับความเป็นพันธมิตรไทย-ญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ภายใต้พันธกิจ "Bridging Worlds for Wonder and Happiness" หรือการเชื่อมโยงโลกเพื่อสร้างความมหัศจรรย์และความสุข

Mr. Hiroki Kuriyama, Chief Executive Officer, NTT DOCOMO GLOBAL
Mr. Hiroki Kuriyama, Chief Executive Officer, NTT DOCOMO GLOBAL

Amaze ครบ 1 ปี NTT DOCOMO ถือหุ้น 20% ตั้งเป้า 15–20 ล้านผู้ใช้

ธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด และผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม ด้านอีคอมเมิร์ซ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เผยผลการดำเนินงานของแพลตฟอร์ม Amaze ในโอกาสครบรอบ 1 ปีว่า นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนเมษายนปีที่ก่อน แพลตฟอร์มมียอดดาวน์โหลดสะสมแล้วกว่า 9.1 ล้านครั้ง โดยมีผู้ใช้งานที่ทำรายการแลกแต้ม โอนแต้ม และใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันจริงกว่า 1 ล้านราย คิดเป็น Active Rate ราว 14% พร้อมมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบแต้มรวมแล้วเกือบ 3 ล้านครั้ง และยังคงเติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบัน Amaze มีร้านค้าบนระบบกว่า 3,500 ร้าน ครอบคลุมเครือข่ายสาขาของ 7-Eleven, Lotus's และ Makro รวมกว่า 18,000 สาขาทั่วประเทศ มีพันธมิตรร้านอาหารแล้วกว่า 150 ร้าน และมีฐานสมาชิกอยู่ที่ราว 4 ล้านราย ณ เดือนเมษายน 2569

"ถามว่า 9 ล้านดาวน์โหลดใหญ่ไหม เมื่อเทียบกับเจ้าตลาดอาจยังไม่ใหญ่ แต่ผมไม่เชื่อว่าจะมีร้านอาหารร้านไหนในไทยที่มีฐานดาวน์โหลด 9 ล้านราย" ธรินทร์ กล่าวเพิ่มเติม

ธรินทร์เปิดเผยรายละเอียดของดีลกับ NTT DOCOMO GLOBAL ว่า บริษัทเข้ามาในฐานะผู้ถือหุ้น 20% ใน Ascend Commerce ซึ่งเป็นบริษัทที่มีฐานธุรกิจและระบบนิเวศที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ไม่ใช่การตั้งบริษัทใหม่ พร้อมเปิดโรดแมปครึ่งปีหลัง 2569 ว่าจะยกระดับการใช้แต้มในร้านอาหารจากการ "แลกคูปองไปใช้" สู่การใช้แต้มแทนเงินสดได้โดยตรง ณ จุดขาย ตามโมเดลที่ NTT DOCOMO ทำสำเร็จแล้วในญี่ปุ่น ควบคู่กับการให้บริการ CRM Solution สำหรับร้านอาหาร เพื่อให้เข้าถึงฐานลูกค้า Amaze ทั้งหมดและทำการตลาดเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำโดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า

ในด้านสินค้าญี่ปุ่น ธรินทร์ระบุว่าจะเริ่มนำสินค้าจากกลุ่มบริษัทญี่ปุ่นที่มีฐานอยู่ในไทยเข้าจำหน่ายบนแพลตฟอร์มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ก่อนขยายสู่แบรนด์ญี่ปุ่นโดยตรง เช่น ห้างสรรพสินค้า Mitsukoshi และวางแผนนำสินค้าไทยสู่ตลาดญี่ปุ่นในระยะถัดไป

สำหรับกลยุทธ์ราคา ธรินทร์ยืนยันว่า Amaze เก็บค่า Commission ต่ำกว่าเจ้าตลาดมากกว่าครึ่ง ขณะที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั่วไปเก็บสูงถึง 30% กว่า โดยมีรายได้จาก 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ค่า Commission จาก Marketplace, รายได้จาก Tech & Service และรายได้จากระบบแต้ม

เราเป็นแพลตฟอร์มของคนไทยเพื่อคนไทย ที่แน่ๆ คือเราต้องถูกกว่าตลาดเสมอ

ธรินทร์ ธนียวัน

ธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด และผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม ด้านอีคอมเมิร์ซ เครือเจริญโภคภัณฑ์
ธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด และผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม ด้านอีคอมเมิร์ซ เครือเจริญโภคภัณฑ์

ธรินทร์ตั้งเป้าหมายสิ้นปี 2569 ว่า Amaze จะมียอดดาวน์โหลดแตะ 15–20 ล้านราย โดยเชื่อมั่นว่าเมื่อผู้บริโภคไทยเข้าใจว่าแต้มที่มีอยู่สามารถนำมาใช้แทนเงินสดในชีวิตประจำวันได้จริง โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพเศรษฐกิจยังกดดันกำลังซื้อ ยอดผู้ใช้งานแอคทีฟจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

"ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของ Point Economy เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น แต่เมื่อคนเข้าใจว่าแต้มที่มีอยู่สามารถนำมาใช้แทนเงินสดในชีวิตประจำวันได้จริง วันนั้น Amaze จะเป็น Point Exchange ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย"

cp-ntt-docomo-ascend-SPACEBAR-Photo01.jpg
cp-ntt-docomo-ascend-SPACEBAR-Photo02.jpg
cp-ntt-docomo-ascend-SPACEBAR-Photo03.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์