บิตคอยน์ สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเผชิญแรงกดดันหนัก หลังราคาปรับตัวลงอย่างรุนแรงในสัปดาห์นี้ จนลบล้างกำไรเกือบทั้งหมดที่เคยได้จากกระแสความคึกคักหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ กลับคืนทำเนียบขาวเมื่อปลายปี 2024
ราคาบิตคอยน์ร่วงลงแตะระดับ 60,033 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อย แต่ยังถือว่าลดลงเกือบ 50% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม ที่เคยทะลุ 120,000 ดอลลาร์
จาก “ทรัมป์เอฟเฟกต์” สู่ความผิดหวังของตลาด
หลังชัยชนะเลือกตั้งของทรัมป์ ตลาดคริปโทฯ เคยพุ่งแรงจากความคาดหวังว่าเขาจะเป็นผู้นำที่สนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างจริงจัง ทรัมป์ถึงขั้นออกมาชื่นชมบิตคอยน์ที่แตะระดับ 100,000 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2024
แต่แรงบวกดังกล่าวเริ่มสะดุดในเดือนเมษายน เมื่อทรัมป์ประกาศ มาตรการภาษีครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวน และบิตคอยน์ก็ไม่รอดจากแรงขาย
กฎหมายคริปโทฯ ยังไม่ชัด นักลงทุนเริ่มหมดความอดทน
แม้สภาคองเกรสสหรัฐฯ จะผ่านกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่กฎหมายคริปโทฯฉบับใหญ่ที่เรียกว่า Clarity Act กลับยังติดหล่มในวุฒิสภา
นักวิเคราะห์ของ Deutsche Bank ระบุว่า
การผ่าน Clarity Act จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าบิตคอยน์สามารถฟื้นตัวอย่างยั่งยืนได้หรือไม่
ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ ทำให้นักลงทุนเริ่มชะลอความเสี่ยงและลดการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล
ทองคำ–หุ้นเทค–คริปโต ร่วงพร้อมกัน
แรงขายในตลาด ทองคำและเงิน ที่นักลงทุนเร่งทำกำไรหลังราคาพุ่งแรง ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในชนวนสำคัญที่ลากบิตคอยน์ลง
นักลงทุนจำนวนมากต้องการเงินสด จึงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั้งคริปโตและหุ้นเทคโนโลยี
นี่ไม่ใช่การปรับฐานธรรมดา แต่เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความไม่ไว้วางใจในตลาดโลก
— John Plassard, Cite Gestion Private Bank
เดเลเวอเรจแตก – AI Bubble เพิ่มแรงกดดัน
แรงขายยิ่งรุนแรงขึ้นจากภาวะ forced deleveraging เมื่อผู้ที่กู้เงินมาลงทุนในบิตคอยน์ถูกบังคับให้ขายสินทรัพย์เพื่อลดความเสี่ยง
ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับ ฟองสบู่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้หุ้นเทคถูกเทขาย ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่า บิตคอยน์มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้นกลุ่มนี้
สัญญาณอันตรายต่อบริษัทที่กักตุนบิตคอยน์
Michael Burry นักลงทุนชื่อดังจากวิกฤตซับไพรม์ปี 2008 ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของ “death spiral” ในตลาดบิตคอยน์
บริษัทจำนวนมากที่ถือบิตคอยน์ไว้เป็นสินทรัพย์สำรอง กำลังเผชิญ ผลขาดทุนที่ยังไม่รับรู้จำนวนมหาศาล
หากจำเป็นต้องขายเพื่อพยุงสถานะทางการเงิน อาจยิ่งซ้ำเติมราคาตลาดให้ดิ่งลงไปอีก
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Strategy ซึ่งถือบิตคอยน์กว่า 713,000 เหรียญ ราคาหุ้นร่วงกว่า 17% หลังรายงานขาดทุนสุทธิ 12.4 พันล้านดอลลาร์
ขณะที่แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ Gemini ประกาศปลดพนักงานราว 25% และถอนตัวจากหลายประเทศ




