Bitcoin หมดมนต์ขลัง? ราคาดิ่งครึ่งหนึ่ง หลังแรงหนุน “ทรัมป์” เริ่มแผ่ว

7 ก.พ. 2569 - 08:56

  • บิตคอยน์ปรับตัวลงครึ่งหนึ่งจากจุดสูงสุด $126,251 ในเดือนตุลาคม

  • ความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI และการเทขายหุ้นเทคดันราคาคริปโตลง

  • บริษัท Strategy รายงานขาดทุน $12.4 พันล้านดอลลาร์จากการลดลงของสกุลเงินดิจิทัล

Bitcoin หมดมนต์ขลัง?  ราคาดิ่งครึ่งหนึ่ง หลังแรงหนุน “ทรัมป์” เริ่มแผ่ว

บิตคอยน์ สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเผชิญแรงกดดันหนัก หลังราคาปรับตัวลงอย่างรุนแรงในสัปดาห์นี้ จนลบล้างกำไรเกือบทั้งหมดที่เคยได้จากกระแสความคึกคักหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ กลับคืนทำเนียบขาวเมื่อปลายปี 2024

ราคาบิตคอยน์ร่วงลงแตะระดับ 60,033 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อย แต่ยังถือว่าลดลงเกือบ 50% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม ที่เคยทะลุ 120,000 ดอลลาร์

จาก “ทรัมป์เอฟเฟกต์” สู่ความผิดหวังของตลาด

หลังชัยชนะเลือกตั้งของทรัมป์ ตลาดคริปโทฯ เคยพุ่งแรงจากความคาดหวังว่าเขาจะเป็นผู้นำที่สนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างจริงจัง ทรัมป์ถึงขั้นออกมาชื่นชมบิตคอยน์ที่แตะระดับ 100,000 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2024

แต่แรงบวกดังกล่าวเริ่มสะดุดในเดือนเมษายน เมื่อทรัมป์ประกาศ มาตรการภาษีครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวน และบิตคอยน์ก็ไม่รอดจากแรงขาย

กฎหมายคริปโทฯ ยังไม่ชัด นักลงทุนเริ่มหมดความอดทน

แม้สภาคองเกรสสหรัฐฯ จะผ่านกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่กฎหมายคริปโทฯฉบับใหญ่ที่เรียกว่า Clarity Act กลับยังติดหล่มในวุฒิสภา

นักวิเคราะห์ของ Deutsche Bank ระบุว่า

การผ่าน Clarity Act จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าบิตคอยน์สามารถฟื้นตัวอย่างยั่งยืนได้หรือไม่

ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ ทำให้นักลงทุนเริ่มชะลอความเสี่ยงและลดการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล

ทองคำ–หุ้นเทค–คริปโต ร่วงพร้อมกัน

แรงขายในตลาด ทองคำและเงิน ที่นักลงทุนเร่งทำกำไรหลังราคาพุ่งแรง ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในชนวนสำคัญที่ลากบิตคอยน์ลง

นักลงทุนจำนวนมากต้องการเงินสด จึงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั้งคริปโตและหุ้นเทคโนโลยี

นี่ไม่ใช่การปรับฐานธรรมดา แต่เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความไม่ไว้วางใจในตลาดโลก

John Plassard, Cite Gestion Private Bank

เดเลเวอเรจแตก – AI Bubble เพิ่มแรงกดดัน

แรงขายยิ่งรุนแรงขึ้นจากภาวะ forced deleveraging เมื่อผู้ที่กู้เงินมาลงทุนในบิตคอยน์ถูกบังคับให้ขายสินทรัพย์เพื่อลดความเสี่ยง

ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับ ฟองสบู่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้หุ้นเทคถูกเทขาย ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่า บิตคอยน์มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้นกลุ่มนี้

สัญญาณอันตรายต่อบริษัทที่กักตุนบิตคอยน์

Michael Burry นักลงทุนชื่อดังจากวิกฤตซับไพรม์ปี 2008 ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของ “death spiral” ในตลาดบิตคอยน์

บริษัทจำนวนมากที่ถือบิตคอยน์ไว้เป็นสินทรัพย์สำรอง กำลังเผชิญ ผลขาดทุนที่ยังไม่รับรู้จำนวนมหาศาล
หากจำเป็นต้องขายเพื่อพยุงสถานะทางการเงิน อาจยิ่งซ้ำเติมราคาตลาดให้ดิ่งลงไปอีก

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Strategy ซึ่งถือบิตคอยน์กว่า 713,000 เหรียญ ราคาหุ้นร่วงกว่า 17% หลังรายงานขาดทุนสุทธิ 12.4 พันล้านดอลลาร์

ขณะที่แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ Gemini ประกาศปลดพนักงานราว 25% และถอนตัวจากหลายประเทศ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์