เงินบาทอ่อนแตะ 32.44 จับตาเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง

15 พ.ค. 2569 - 09:04

  • เงินดอลลาร์แข็งค่า หลังตลาดเพิ่มโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย

  • บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่ง กดดันเงินบาท-ราคาทองคำอ่อนตัว

  • Krungthai GLOBAL MARKETS ชี้เงินบาทยังเสี่ยงผันผวนสูง

เงินบาทอ่อนแตะ 32.44 จับตาเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง

ท่ามกลางแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ค่าเงินบาทเช้าวันนี้พลิกกลับมาอ่อนค่าอีกครั้ง หลังตลาดกลับมาเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ ส่งผลให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ระดับ 32.44 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.33 บาทต่อดอลลาร์

โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาททยอยอ่อนค่าเข้าใกล้โซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ เคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.45 บาทต่อดอลลาร์ ตามแรงหนุนของเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ปรับตัวขึ้นจากการที่ตลาดเพิ่มความคาดหวังว่า FED อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงออกมาดีกว่าคาดต่อเนื่อง

พูน กล่าวว่า ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นอีกแรงกดดันสำคัญ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการอ่อนค่าของเงินปอนด์อังกฤษ ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองในอังกฤษ แม้เศรษฐกิจอังกฤษไตรมาสแรกจะขยายตัวดีกว่าคาดก็ตาม

นอกจากนี้ การปรับตัวลดลงของราคาทองคำ ซึ่งร่วงลงเข้าใกล้ระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันค่าเงินบาท เนื่องจากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังมีผลต่อกระแสเงินทุนและธุรกรรมในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไทย

ด้านตลาดการเงินโลกยังอยู่ในภาวะ ‘เปิดรับความเสี่ยง’ (Risk-On) โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากความหวังต่อการเจรจาระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง รวมถึงแรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor หลังสหรัฐฯ อนุมัติให้ Nvidia สามารถส่งออกชิป H200 ไปยังบริษัทจีนบางแห่งได้

ทั้งนี้ ดัชนี S&P500 ปิดบวก 0.77% ขณะที่ Nasdaq ปรับขึ้น 0.88% ส่วนตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 เพิ่มขึ้น 0.76% จากแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีเช่นกัน

สำหรับตลาดบอนด์ นายพูนมองว่า บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ปรับขึ้นทดสอบระดับ 4.50% สะท้อนความกังวลของตลาดต่อแนวโน้มนโยบายการเงิน FED และยังมีโอกาสผันผวนได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-จีน และสถานการณ์ตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม Krungthai GLOBAL MARKETS ยังมองว่า หากสถานการณ์ตะวันออกกลางทยอยคลี่คลาย และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่เร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง FED อาจลดดอกเบี้ยได้ 1 ครั้งในช่วงปลายปีนี้ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจคงดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องตลอดปีนี้และปีหน้า

นายพูน กล่าวว่า แนวโน้มเงินบาทระยะสั้นยังเผชิญความเสี่ยง ‘Two-Way Risk’ หรือมีโอกาสผันผวนได้ทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า ตามพัฒนาการของปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และผลการเจรจา Trump-Xi summit

แม้โมเมนตัมเงินบาทจะเริ่มอ่อนค่าชัดเจนขึ้น และมีโอกาสทดสอบแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ แต่แรงขายดอลลาร์จากผู้ส่งออก รวมถึงกระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มทยอยกลับเข้าซื้อหุ้นไทย อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บางส่วน

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่รุนแรงขึ้นเพิ่มเติม เงินบาทอาจอ่อนค่าไม่เกินโซน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากความขัดแย้งยกระดับ หรือการเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนไม่มีความคืบหน้า อาจทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าต่อและกดดันเงินบาทเพิ่มเติม

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 32.30-32.65 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมแนะนำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์