เงินบาทแข็งนิ่ง เปิด 31.43 ตลาดรอ BOJ

19 ธ.ค. 2568 - 02:35

  • เงินบาทเช้าแข็งค่าเล็กน้อย แกว่งกรอบแคบ ตามดอลลาร์อ่อน-บอนด์ยีลด์ลง

  • ตลาดโลกกลับมาเปิดรับความเสี่ยง หลังเงินเฟ้อสหรัฐต่ำกว่าคาด

  • นักลงทุนจับตาประชุม BOJ เสี่ยงผันผวนสองทาง กดดันค่าเงินเอเชีย

เงินบาทแข็งนิ่ง เปิด 31.43 ตลาดรอ BOJ

ท่ามกลางบรรยากาศตลาดการเงินโลกที่ยังผันผวนจากทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และความคาดหวังต่อการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางหลัก ค่าเงินบาทเช้าวันนี้เคลื่อนไหวแข็งค่าเล็กน้อย โดยยังแกว่งตัวในกรอบจำกัด สะท้อนภาวะรอดูปัจจัยใหม่ของนักลงทุน โดยเช้านี้ ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.43 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 31.46 บาทต่อดอลลาร์

พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน โดยแกว่งตัวในกรอบ 31.35–31.48 บาทต่อดอลลาร์ แม้จะมีจังหวะแข็งค่าทะลุระดับ 31.40 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับลดลง และราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ภายหลังรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายนออกมาต่ำกว่าคาด

baht-open-3143-wait-boj-global-market-SPACEBAR-Photo01.jpg

ตลาดเอเชีย-ไทย

ในฝั่งตลาดเอเชีย ค่าเงินในภูมิภาคส่วนใหญ่เคลื่อนไหวผสมผสาน โดยนักลงทุนยังชะลอการเปิดสถานะใหม่เพื่อรอผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันศุกร์นี้ ขณะที่ค่าเงินบาทยังคงแกว่งตัวในกรอบจำกัด แม้จะมีแรงหนุนจากทิศทางเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงตามบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และราคาทองคำที่ทรงตัวในระดับสูง อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของทิศทางเงินเยน ทำให้เงินบาทยังเผชิญความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง (Two-way risk)

ตลาดสหรัฐฯ

บรรยากาศตลาดการเงินสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในโหมดเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) หลังตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือนพฤศจิกายนออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความเชื่อมั่นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจลดดอกเบี้ยได้มากกว่าที่ระบุไว้ใน Dot Plot ล่าสุด ปัจจัยดังกล่าวหนุนหุ้นกลุ่ม Growth โดยเฉพาะธีม AI และ Semiconductor ขณะที่บอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงต่อ สู่บริเวณราว 4.1% กดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเป็นระยะ

ตลาดยุโรป

ด้านตลาดยุโรป ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดสหรัฐฯ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีและธีม AI เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ตลาดยังตอบรับเชิงบวกต่อท่าทีของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ที่ปรับลดดอกเบี้ยตามคาด ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) แม้จะคงอัตราดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซนมากขึ้น ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในภาพรวม

ตลาดบอนด์โลก

ในตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางค่าเงินทั่วโลก โดยการชะลอตัวของเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทำให้ตลาดประเมินว่าเฟดมีพื้นที่ในการลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ภาวะเปิดรับความเสี่ยงในตลาดหุ้นช่วยชะลอแรงซื้อบอนด์บางส่วน ทำให้บอนด์ยีลด์ยังไม่ปรับลดลงแรงเกินไป และยังเคลื่อนไหวในกรอบที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด

ตลาดทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์

ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ที่ลดลง แต่เผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น หลังบรรยากาศตลาดการเงินโลกกลับมาเปิดรับความเสี่ยง ส่งผลให้ราคาทองคำแกว่งตัวผันผวน ขณะที่การเคลื่อนไหวของทองคำยังคงมีอิทธิพลต่อทิศทางค่าเงินบาทในฐานะสินทรัพย์อ้างอิงสำคัญของตลาดไทย

ปัจจัยที่ต้องติดตามระยะสั้น

สำหรับช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจะจับตาผลการประชุม BOJ เป็นหลัก ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าเงินเยนและกระแสเงินทุนในเอเชีย รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของอังกฤษและสหรัฐฯ หากมีความผันผวนของค่าเงินเยนหรือเงินดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผ่านมายังทิศทางค่าเงินบาทได้ทันที

มุมมองค่าเงินบาท

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าในภาพใหญ่ แม้โมเมนตัมระยะสั้นจะชะลอลง โดยคาดกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 24 ชั่วโมงไว้ที่ 31.30–31.60 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมเตือนว่าความผันผวนมีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์