บาททรงตัว 31.25 ตลาดรอปัจจัยใหม่ เงินโลกผันผวน

20 ม.ค. 2569 - 09:11

  • Krungthai GLOBAL MARKETS ชี้เงินบาทเช้านี้เคลื่อนไหว Sideways ในกรอบแคบ หลังตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการ

  • ดอลลาร์อ่อนค่า ทองคำแกว่งตัว ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สหรัฐฯ-ยุโรป

  • ประเมินกรอบเงินบาท 24 ชม. อยู่ที่ 31.15-31.40 บาทต่อดอลลาร์

บาททรงตัว 31.25 ตลาดรอปัจจัยใหม่ เงินโลกผันผวน

Krungthai GLOBAL MARKETS ชี้เงินบาทเช้านี้ทรงตัว 31.25 บาทต่อดอลลาร์ ตลาดรอปัจจัยใหม่ จับตาภูมิรัฐศาสตร์–ทิศทางดอกเบี้ยโลก

ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ท่ามกลางบรรยากาศตลาดการเงินที่ยังขาดปัจจัยใหม่เข้ามาชี้นำทิศทางอย่างชัดเจน

พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา ค่าเงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ภายในกรอบ 31.21–31.28 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดชะลอการทำธุรกรรม เพื่อรอประเมินปัจจัยเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินสหรัฐฯ ปิดทำการในวัน Martin Luther King Jr. ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดโลกเบาบางลง

baht-krungthai-global-market-finance-SPACEBAR-Photo01.jpg

อย่างไรก็ดี เงินบาทมีจังหวะแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เข้าใกล้โซน 31.20 บาทต่อดอลลาร์ ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ใช้นโยบายขึ้นภาษีนำเข้ากับเดนมาร์กและอีก 7 ประเทศยุโรป จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงซื้อ Greenland

แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปิดทำการ แต่สัญญาฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ล่าสุดปรับตัวลดลงราว 1% สะท้อนบรรยากาศการลงทุนที่เริ่มกลับเข้าสู่โหมดปิดรับความเสี่ยง จากความกังวลต่อนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อประเทศในยุโรป

ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวลงแรงกว่า 1.19% จากแรงขายในหุ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนม กลุ่ม Healthcare หุ้นเทคโนโลยีธีม AI และ Semiconductor รวมถึงกลุ่มยานยนต์ หลังความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปกลับมาปะทุอีกครั้ง โดยหุ้นรายใหญ่อย่าง LVMH และ ASML ปรับตัวลดลงกว่า 4%

ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย จากความกังวลต่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เคลื่อนไหวในกรอบ 99.0–99.3 จุด ขณะที่ราคาทองคำ แม้ได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า แต่ยังไม่สามารถปรับขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง จากแรงขายทำกำไร โดยราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แกว่งตัวบริเวณ 4,670 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจะจับตารายงานข้อมูลตลาดแรงงานของสหราชอาณาจักร รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เพื่อประเมินแนวโน้มการลดดอกเบี้ย ซึ่งปัจจุบันตลาดให้น้ำหนักราว 79% ที่ BOE อาจลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ใกล้เคียงกับฝั่งธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่ตลาดให้น้ำหนักราว 86%

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังรอติดตามดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีและยูโรโซน (ZEW) รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ การจ้างงานภาคเอกชน ADP และดัชนีภาคธุรกิจจากเฟดสาขาต่างๆ รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และพัฒนาการความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า ยังคงเคลื่อนไหวแบบ ไร้ทิศทางชัดเจนในกรอบ Sideways โดยยังต้องรอปัจจัยสำคัญเพิ่มเติม เช่น การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และรายงานดัชนี PMI ของประเทศเศรษฐกิจหลัก ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเงินบาทกับราคาทองคำยังอยู่ในระดับสูงกว่า 80% ทำให้การเคลื่อนไหวของทองคำยังคงมีอิทธิพลต่อทิศทางเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ

ในระยะสั้น ราคาทองคำที่ย่อตัวอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าเข้าใกล้แนวต้าน 31.30 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากบรรยากาศตลาดยังอยู่ในโหมดปิดรับความเสี่ยง อาจช่วยพยุงราคาทองคำและชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติเริ่มทยอยกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์ไทย โดยเฉพาะตลาดหุ้นและพันธบัตรระยะยาว สอดคล้องกับธีม Yield และ Value Play หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.84% สูงกว่าระดับสมดุลที่ประเมินไว้ราว 1.75%

Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า ความผันผวนของค่าเงินบาทมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต จากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินและการเมืองโลก จึงแนะนำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนพิจารณาใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยง เช่น Options หรือการใช้สกุลเงินท้องถิ่น เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทใน 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 31.15–31.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์