AWC โชว์กำไรไตรมาสแรกแตะ 1,986 ล้านบาท
โรงแรม-คอมเมอร์เชียลโตต่อเนื่อง หนุนพอร์ตสินทรัพย์ทะลุ 2.2 แสนล้านบาท
แอสเสท เวิรด์ คอร์ป รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง จากแรงหนุนของธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว และคอมเมอร์เชียลในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ ส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวมและกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์คุณภาพและโครงการไลฟ์สไตล์ระดับโลก รองรับการเติบโตระยะยาวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวม 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 3,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% โดยทั้งรายได้ กำไรสุทธิ และ EBITDA เป็นระดับสูงสุดใหม่ของบริษัท
การเติบโตดังกล่าวมาจากการขยายตัวของพอร์ตธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียลคุณภาพสูง รวมถึงการทยอยรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ที่เปิดดำเนินการในช่วงปีที่ผ่านมา
AWC ยังรักษาความแข็งแกร่งด้านการเงิน โดยมีมูลค่าพอร์ตทรัพย์สินรวม 221,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% จากปีก่อน และมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ที่ 0.87 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม สะท้อนศักยภาพรองรับการลงทุนระยะยาว ขณะเดียวกัน ผู้ถือหุ้นยังอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการปี 2568 ในอัตรา 0.080 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 6.7%
โรงแรมโตแรง รับดีมานด์ท่องเที่ยวคุณภาพสูง

กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีรายได้ 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงาน (BU EBITDA) 1,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6%
ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในเมืองท่องเที่ยวหลัก โดยเฉพาะเชียงใหม่ที่ RevPAR เติบโต 26% ขณะที่รีสอร์ตลักชัวรีในกระบี่และเกาะสมุยยังเติบโตต่อเนื่อง
โรงแรม Banyan Tree Samui สามารถทำค่า ADR สูงสุดถึง 33,000 บาทต่อคืนในเดือนมกราคม ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมเดิม (Same-store RevPAR) ของ AWC เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 5,230 บาทต่อคืน

นอกจากนี้ โรงแรมใหม่ที่เริ่มรับรู้รายได้ เช่น Meliá Pattaya Hotel Thailand, Pattaya Marriott Resort and Spa และจูบิลี เพรสทีจ รัชดาภิเษก ยังช่วยหนุนการเติบโตของพอร์ตโรงแรม โดยพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา มีอัตราการเข้าพักสูงสุด 74% ส่วนมีเลีย พัทยา ทำอัตราการเข้าพักสูงสุด 83%

คอมเมอร์เชียลโตต่อจากโมเดลไลฟ์สไตล์
กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้รวม 2,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% และมีกำไรจากการดำเนินงาน 2,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9%
หนึ่งในโครงการหลักที่สร้างการเติบโตคือ Asiatique The Riverfront Destination ซึ่งมีรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 15% และ EBITDA เพิ่มขึ้น 21% จากอัตราเช่าพื้นที่ที่ขยับขึ้นสู่ 81% รวมถึงจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้น 16%
AWC ระบุว่า ความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากกิจกรรมและแลนด์มาร์กใหม่ เช่น Jurassic World: The Experience และ SkyFlyers: Wings of Garudapterus ที่ช่วยดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
ด้านอาคารสำนักงาน บริษัทเดินหน้าพัฒนาแนวคิด Lifestyle Workplace ผ่านโครงการ The Empire ภายใต้แนวคิด “The Empire Reimagined” รวมถึงการรับรู้รายได้จากอาคารสำนักงานใหม่ในย่านรัชดา
เดินหน้าลงทุน พร้อมดันไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวยั่งยืน
AWC ระบุว่า บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด “Building Better Future For All” ผ่านกรอบ 3BETTERs ได้แก่ Better Planet, Better People และ Better Prosperity
ล่าสุด บริษัทได้รับการจัดอันดับ Top 1% S&P CSA Score ในรายงาน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และยังได้คะแนนอันดับ 1 ของกลุ่มธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และเรือสำราญ
ขณะเดียวกัน โรงแรม Meliá Pattaya Hotel Thailand ยังได้รับมาตรฐาน WELL Certified ระดับ Platinum เป็นโรงแรมแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการรับรองดังกล่าว

สำหรับแผนลงทุนปี 2569 AWC เตรียมเปิดโครงการสำคัญเพิ่มเติม ทั้งโรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท และโครงการลานนาทีค กาแล จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมพอร์ตอสังหาริมทรัพย์และสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ระดับโลกต่อไป





