เอเซีย พลัส ชี้สัญญาณสงครามคลี่คลาย กดน้ำมันโลกร่วง จับตาเลิกอุ้มดีเซล 33 บาท เสี่ยงกดเศรษฐกิจ-ดันเงินเฟ้อ
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการเงินโลกเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มลดลง แม้ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน จะยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 25 ก็ตาม
ปัจจัยบวกสำคัญมาจากความพยายามผลักดัน “หยุดยิงชั่วคราว 1 เดือน” ผ่านข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐฯ ขณะที่ ปากีสถาน เสนอตัวเป็นตัวกลางเจรจา และ จีน เรียกร้องให้อิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจาโดยเร็ว นอกจากนี้ อิหร่านยังผ่อนปรนให้เรือพาณิชย์บางส่วนสามารถผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ได้ แม้จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูง
น้ำมัน WTI ร่วงแรง หนุนหุ้นเอเชียฟื้น
จากสัญญาณคลี่คลายดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงแรงถึง -5.1% เหลือ 87.6 ดอลลาร์/บาร์เรล กลายเป็นแรงหนุนสำคัญต่อตลาดหุ้นเอเชีย
ตลาดหลักปรับตัวขึ้นโดดเด่น ได้แก่
• ญี่ปุ่น +3.2%
• เกาหลีใต้ +3.1%
• จีน +1.8%
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยเตือนว่า ความเสี่ยงยังไม่หมด หลังสหรัฐฯ ส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาค และดัชนีภาคการผลิต (PMI) หลายประเทศเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวพร้อมกัน
จับตาเลิกตรึงดีเซล 33 บาท กระทบเศรษฐกิจไทย
ในฝั่งเศรษฐกิจไทย ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือ นโยบาย “เลิกตรึงราคาน้ำมันดีเซล 33 บาท/ลิตร” ซึ่งมีแนวโน้มเริ่มปล่อยลอยตัวตามกลไกตลาดช่วงปลายเดือนมีนาคม
การปรับนโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบสูง แต่จะส่งผลกระทบในวงกว้าง ได้แก่
• ดัน เงินเฟ้อเร่งตัว
• กดดัน กำลังซื้อภาคครัวเรือน
• เพิ่มความเสี่ยง GDP ไทยถูกปรับลด (Downside)
ขณะเดียวกัน ตัวเลขส่งออกไทยเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง โดยเดือนกุมภาพันธ์ขยายตัวเพียง 9.9% ต่ำกว่าคาด และไทยยังขาดดุลการค้าต่อเนื่องกว่า 6.1 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 2 เดือนแรกของปี
กลยุทธ์ลงทุน: “Anti-Commodity” เด่น รับน้ำมันลง
เอเซีย พลัส มองว่า ภาพรวมเริ่มเอื้อต่อการเก็งกำไรระยะสั้น หลัง Fund Flow ต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยราว 618 ล้านบาท
กลยุทธ์หลัก เน้นหุ้น “Anti-Commodity”
(ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานลดลง) เช่น GULF, BGRIM, GPSC, BA, SCC, SCGP
กลุ่มท่องเที่ยว-โรงพยาบาล
MINT, CENTEL, BDMS, BH
กลุ่มไฟแนนซ์ รับ Bond Yield ลง
TIDLOR, MTC
หุ้นเด่น (Top Picks)
SCC, BBL, GULF




