ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันอังคาร (6 ม.ค.) ตามทิศทางวอลล์สตรีทที่ทำสถิติสูงสุดครั้งแรกของปี ท่ามกลางแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนประเมินผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเวเนซุเอลา
นักลงทุนเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับนโยบายการเงินของสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจมีผลต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมปลายเดือน
แม้จะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในกรุงการากัสเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่นำไปสู่การควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แต่ตลาดการเงินแทบไม่ตอบสนองในเชิงลบ โดยนักวิเคราะห์มองว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นปัจจัยที่ตลาด “คุ้นชิน” ไปแล้ว
นักวิเคราะห์จาก Saxo Markets ระบุว่า ตลาดหุ้นโลกยังมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อ หากกำไรบริษัท สภาพคล่อง และทิศทางดอกเบี้ยยังเอื้ออำนวย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ AI ยังเป็นธีมหลักของการลงทุนในปีนี้
ฝั่งสหรัฐฯ ดัชนีดาวโจนส์ปิดทำนิวไฮ จากแรงหนุนของหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Amazon และ Meta รวมถึงหุ้นพลังงาน ขณะที่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าภาคการผลิตสหรัฐฯ หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 เพิ่มโอกาสที่เฟดจะผ่อนคลายนโยบายการเงิน
ในเอเชีย ฮ่องกงนำตลาดปรับขึ้นกว่า 1% ตามด้วยโตเกียว เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ และไต้หวัน ขณะที่ตลาดเกาหลีใต้และออสเตรเลียอ่อนตัวเล็กน้อย หลังปรับขึ้นแรงก่อนหน้า
ด้านราคาน้ำมันปรับลดลงเล็กน้อย หลังจากดีดตัวแรงในวันก่อนหน้า โดยแม้เวเนซุเอลาจะมีปริมาณสำรองน้ำมันจำนวนมาก แต่ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ราคาน้ำมันที่ยังต่ำ และความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้การเพิ่มกำลังการผลิตทำได้ยากในระยะสั้น


