ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (ล่าสุด) ที่ระดับ 31.32 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากระดับปิดของวันก่อนหน้า ท่ามกลางบรรยากาศตลาดการเงินโลกที่ยังไร้ทิศทางชัดเจน และนักลงทุนรอประเมินปัจจัยสำคัญจากสหรัฐฯ ทั้งข้อมูลเศรษฐกิจและท่าทีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา ค่าเงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways หลังจากแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า โดยแกว่งตัวในกรอบ 31.27-31.41 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่เริ่มชะลอการปรับขึ้น หลังผู้เล่นในตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลาลงบางส่วน
อย่างไรก็ดี เงินบาทยังพอได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่า จากการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ รายงานดัชนี ISM PMI ภาคการผลิต เดือนธันวาคม ลดลงสู่ระดับ 47.9 จุด ต่ำกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้นักลงทุนปรับเพิ่มความคาดหวังต่อโอกาสที่เฟดอาจลดดอกเบี้ยในระยะถัดไป โดยตลาดยังคงรอติดตามรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้นำทิศทางดอกเบี้ยเฟดอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านตลาดทุนสหรัฐฯ ปรับตัวในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน อาทิ Amazon ปรับขึ้น 2.9% และ Chevron เพิ่มขึ้น 5.1% จากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปิดบวก 0.64% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.69%
ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับขึ้น 0.94% หนุนโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ธีม AI และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมการบินและการทหาร ซึ่งได้อานิสงส์จากประเด็นความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง
ในส่วนตลาดพันธบัตร บอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เคลื่อนไหวในกรอบแคบแถวระดับ 4.17% แม้จะมีจังหวะย่อตัวลงตามความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด แต่บรรยากาศการเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) ของตลาดการเงินยังจำกัดการปรับลงของยีลด์ ทั้งนี้ ปัจจัยกำหนดทิศทางบอนด์ยีลด์ยังคงอยู่ที่แนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ฐานะการคลังสหรัฐฯ และบรรยากาศในตลาดการเงินโลก
ด้านตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย สอดคล้องกับการย่อตัวของบอนด์ยีลด์ ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับลงมาเคลื่อนไหวแถว 98.3 จุด ขณะที่ราคาทองคำในตลาด COMEX ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ชะลอการปรับขึ้น แต่ยังทรงตัวได้บริเวณ 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงหนุนของเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจะจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา และประเด็นภูมิรัฐศาสตร์อื่นๆ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่มีสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจา
พูนระบุว่า แนวโน้มค่าเงินบาทยังมีลักษณะ Two-way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับการปรับมุมมองของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยเฟด โดยประเมินว่าเงินบาทยังมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ Sideways และยังไม่มีสัญญาณการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนในระยะสั้น
ในเชิงเทคนิค หากเงินบาทไม่สามารถแข็งค่าทะลุแนวรับ 31.15-31.20 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน อาจมีโอกาสอ่อนค่าลงไปทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 31.65-31.70 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ในภาพใหญ่ยังคงมุมมองว่าเงินบาทมีแนวโน้มทยอยแข็งค่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ตราบใดที่ยังไม่อ่อนค่าทะลุระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ คาดว่า กรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทใน 24 ชั่วโมงข้างหน้าอยู่ที่ 31.25-31.45 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความผันผวนที่ยังอยู่ในระดับสูงจากปัจจัยภายนอกและความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินโลก



