AOC 1441 หนุนปราบสแกมเมอร์ ดันความเสียหายออนไลน์ลด 15.38%

8 มิ.ย. 2569 - 10:57

  • AOC 1441 รับแจ้งเหตุเกือบ 1 ล้านสาย ประชาชนใช้เป็นช่องทางช่วยเหลือหลัก

  • ประสานอายัดบัญชีร่วมสถาบันการเงิน สกัดความเสียหายได้รวดเร็วขึ้น

  • รัฐเดินหน้าปิดเว็บพนันและแพลตฟอร์มหลอกลวง ตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์

AOC 1441 หนุนปราบสแกมเมอร์ ดันความเสียหายออนไลน์ลด 15.38%

ท่ามกลางความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ที่ยังคงกระทบประชาชนและระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการหลอกโอนเงิน หลอกลงทุน เว็บพนันออนไลน์ และขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ ส่งผลให้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลไหลออกจากระบบเศรษฐกิจ สร้างความเสียหายต่อครัวเรือน ผู้ประกอบการ และความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมดิจิทัล รัฐบาลจึงเร่งยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์อย่างเข้มข้น เพื่อสกัดความเสียหายตั้งแต่ต้นทางและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน

รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยยึดหลักสำคัญคือ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ หรือขบวนการที่สร้างความเสียหายให้ประชาชน จะต้องถูกตรวจสอบตามพฤติการณ์โดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลใดก็ตาม

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ AOC 1441 ถือเป็นกลไกสำคัญในการทำหน้าที่เป็นด่านหน้าช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ โดยไม่ได้เป็นเพียงช่องทางรับแจ้งเหตุเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์ประสานงานเร่งด่วนระหว่างประชาชน ตำรวจ สถาบันการเงิน หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานด้านดิจิทัล เพื่อเร่งอายัดเส้นทางการเงิน สกัดความเสียหาย และส่งต่อข้อมูลเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว

จากข้อมูลผลการดำเนินงานของศูนย์ AOC 1441 พบว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-กันยายน 2568 มีสายโทรเข้ารวม 851,495 สาย หรือเฉลี่ย 3,519 สายต่อวัน ขณะที่ช่วงเดือนตุลาคม 2568-พฤษภาคม 2569 จำนวนสายเพิ่มขึ้นเป็น 966,125 สาย หรือเฉลี่ย 3,992 สายต่อวัน สะท้อนว่าประชาชนให้ความเชื่อมั่นและใช้ช่องทางดังกล่าวเป็นที่พึ่งมากขึ้นเมื่อเผชิญความเสี่ยงจากอาชญากรรมออนไลน์

ด้านการแจ้งระงับบัญชีร่วมกับสถาบันการเงิน ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-กันยายน 2568 มีจำนวน 355,381 สาย เฉลี่ย 1,469 สายต่อวัน และเพิ่มเป็น 362,472 สาย เฉลี่ย 1,498 สายต่อวัน ในช่วงเดือนตุลาคม 2568-พฤษภาคม 2569 สะท้อนบทบาทสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคการเงินในการตัดวงจรการหลอกลวงได้อย่างทันท่วงที

แม้จำนวนการแจ้งเหตุและการประสานงานจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มูลค่าความเสียหายกลับลดลงจาก 14,365.97 ล้านบาท ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-กันยายน 2568 เหลือ 12,155.87 ล้านบาท ในช่วงเดือนตุลาคม 2568-พฤษภาคม 2569 หรือลดลง 15.38% สะท้อนประสิทธิภาพของการเข้าถึงความช่วยเหลือที่รวดเร็วขึ้น และการสกัดเส้นทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าปิดกั้นช่องทางผิดกฎหมายและเว็บพนันออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลตั้งแต่ปี 2566 ถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 พบว่า การดำเนินการปิดเว็บเถื่อนและเว็บหลอกลวงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการประสานแพลตฟอร์ม 10,394 รายการในปีงบประมาณ 2566 เพิ่มเป็น 52,906 รายการในปีงบประมาณ 2569 ขณะที่การปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์เพิ่มจาก 2,059 รายการ เป็น 629,711 รายการในช่วงเวลาเดียวกัน

รัชดา กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะปลายเหตุ แต่เดินหน้าตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ทั้งระบบ ตั้งแต่แพลตฟอร์มผิดกฎหมาย ช่องทางหลอกลวง เส้นทางการเงิน ไปจนถึงเครือข่ายผู้กระทำผิด เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ทั้งนี้ รัฐบาลขอให้ประชาชนที่ถูกหลอกโอนเงิน ถูกหลอกลงทุน หรือสงสัยว่ากำลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ รีบโทรสายด่วน 1441 ศูนย์ AOC ทันที เนื่องจากทุกนาทีมีความสำคัญต่อการอายัดบัญชี สกัดเส้นทางเงิน ลดความเสียหาย และเพิ่มโอกาสในการติดตามผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์