เอกนัฏส่ง กขค. สอบ 5 คลังน้ำมัน พบรับเข้าไม่จ่ายออกช่วงวิกฤต

4 ก.ย. 2569 - 17:52

  • ทีมสุดซอยพลังงานพบเพิ่ม 5 คลัง มีความผิดปกติในการรับและจ่ายน้ำมัน

  • บางคลังมีน้ำมันคงเหลือสูงกว่าปกติราว 1.67 ล้านลิตร

  • กระทรวงพลังงานส่งหลักฐานให้ กขค. ตรวจสอบ พร้อมยกระดับระบบติดตาม Supply น้ำมัน

เอกนัฏส่ง กขค. สอบ 5 คลังน้ำมัน พบรับเข้าไม่จ่ายออกช่วงวิกฤต

‘เอกนัฏ’ ส่งทีมสุดซอยฯ ยื่น กขค. สอบเพิ่ม 5 คลังน้ำมัน
พบพฤติกรรมกักตุน-ประวิงขายช่วงวิกฤต

กระทรวงพลังงานเดินหน้าตรวจสอบความผิดปกติในระบบน้ำมันต่อเนื่อง หลังช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2569 เกิดสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในหลายพื้นที่ โดยพบข้อมูลบางคลังมีพฤติกรรมรับน้ำมันเข้าแต่ไม่มีการจ่ายออก เก็บน้ำมันไว้นาน ประวิงเวลาการจำหน่าย รวมถึงกรณีลูกค้าระบุว่าอาจมีการปฏิเสธการขาย ล่าสุดส่งหลักฐานเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมันให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และกรมการค้าภายในตรวจสอบตามกฎหมาย

วันนี้ (4 กันยายน 2569) ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อปฏิรูปพลังงาน หรือ ‘ทีมสุดซอยพลังงาน’ เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อยื่นข้อมูลและเอกสารหลักฐานกรณีตรวจพบความผิดปกติในการรับและจ่ายน้ำมันของคลังน้ำมันอีก 5 แห่ง โดยมี พลตำรวจโทพิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นผู้รับหนังสือ

5-oil-depots-hoarding-withholding-sales-crisis-SPACEBAR-Photo02.jpg

ฐิติภัสร์ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน - เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ได้มอบหมายให้ ‘ทีมสุดซอยพลังงาน’ ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณการรับเข้าและจ่ายออกน้ำมันของคลังน้ำมันทั่วประเทศในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2569 เพื่อหาสาเหตุและตรวจสอบความผิดปกติของระบบ Supply น้ำมันในช่วงที่เกิดสถานการณ์วิกฤต

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤต คลังน้ำมันส่วนใหญ่มีปริมาณการรับเข้าและจ่ายออกอยู่ในระดับใกล้เคียงกันตามปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นเดือนมีนาคมกลับพบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในหลายคลัง ทั้งกรณีรับน้ำมันเข้ามาแต่ไม่มีการจ่ายออก การเก็บน้ำมันไว้เป็นเวลานาน และการประวิงเวลาการจำหน่าย

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลจากลูกค้าของคลังน้ำมันบางรายที่ระบุว่าอาจมีกรณีการปฏิเสธการขาย ซึ่งประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในหลายพื้นที่ในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่

เพื่อขยายผลการตรวจสอบ คณะอนุกรรมการฯ ได้ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงานเรียกผู้ประกอบการที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย รวมถึงกลุ่มลูกค้าของคลังน้ำมันรวม 33 รายจากทั่วประเทศ เข้ามาให้ข้อมูลในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนนำข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับปริมาณการรับและจ่ายน้ำมันของแต่ละคลัง

ผลการตรวจสอบพบเพิ่มเติมอีก 5 คลังที่มีพฤติกรรมทางธุรกิจผิดปกติ โดยบางคลังมีปริมาณน้ำมันคงเหลือเฉลี่ยสูงกว่าระดับปกติประมาณ 1.67 ล้านลิตร ส่งผลให้ทีมสุดซอยพลังงานนำข้อมูลพร้อมเอกสารหลักฐานส่งให้ กขค. และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวอยู่ในข่ายที่ต้องพิจารณาตามกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้ตรวจสอบว่าพฤติกรรมของผู้ประกอบการแต่ละรายเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่

ฐิติภัสร์ กล่าวว่า หลังจากส่งข้อมูลให้ กขค. แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานตามอำนาจหน้าที่ หากพบพฤติกรรมที่เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ก็จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ปัจจุบัน ‘ทีมสุดซอยพลังงาน’ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ค้ารวมแล้ว 21 ราย จากการตรวจสอบปัญหาความผิดปกติในระบบการค้าและการกระจายน้ำมัน

5-oil-depots-hoarding-withholding-sales-crisis-SPACEBAR-Photo03.jpg

ยกระดับระบบ Supply น้ำมัน ปิดช่องกักตุน-เก็งกำไร

สำหรับระยะต่อไป กระทรวงพลังงานเตรียมยกระดับระบบบริหารจัดการ Supply น้ำมันทั้งระบบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของน้ำมันได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น โดยเตรียมพัฒนาระบบแจ้งเตือนกรณีคลังน้ำมันมีการรับน้ำมันเข้าแต่ไม่มีการจ่ายออก

พร้อมกันนี้จะปรับปรุงระบบใบกำกับการขนส่งให้สามารถตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมันได้ตลอดเวลา รวมถึงสร้างกลไกการทำงานร่วมกับจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์น้ำมันในพื้นที่และบริหารจัดการได้อย่างรวดเร็วหากเกิดภาวะผิดปกติ

“เราต้องสร้างบรรทัดฐานการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์กักตุนหรือประวิงเวลาการขายน้ำมันเพื่อเก็งกำไรจนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนซ้ำอีก วันนี้กระทรวงพลังงานจึงได้นำหลักฐานการตรวจสอบผู้ค้าที่เข้าข่ายกระทำผิดมาส่งมอบให้ กขค. เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุดในทุกมิติภายใต้นโยบาย ‘สุดซอย’”

ฐิติภัสร์ กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานระบุว่า เป้าหมายสำคัญของการตรวจสอบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่อาจกระทำผิด แต่รวมถึงการปรับโครงสร้างและระบบติดตาม Supply น้ำมันให้มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และลดช่องว่างที่อาจนำไปสู่การกักตุนหรือเก็งกำไรในช่วงที่ตลาดเกิดภาวะตึงตัว เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะสามารถเข้าถึงพลังงานได้อย่างเป็นธรรม

5-oil-depots-hoarding-withholding-sales-crisis-SPACEBAR-Photo04.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์