จีน-รัสเซีย-อิหร่าน นำทัพประณามสหรัฐฯ บุกจับตัว ‘นิโคลัส มาดูโร’ ของเวเนซุเอลา

4 ม.ค. 2569 - 03:53

  •   กระทรวงต่างประเทศของจีนชี้การกระทำของสหรัฐฯ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและอธิปไตยของเวเนซุเอลาอย่างร้ายแรง

  • รัสเซียสนับสนุนเวเนซุเอลาที่เรียกร้องให้มีการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติโดยทันที

  • คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีกำหนดประชุมกันในวันจันทร์ (5 ม.ค.)

จีน-รัสเซีย-อิหร่าน นำทัพประณามสหรัฐฯ บุกจับตัว ‘นิโคลัส มาดูโร’ ของเวเนซุเอลา

ทั่วโลกประณามการบุกจับตัว ปธน.เวเนซุเอลาของสหรัฐฯ ชี้เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

จีน

กระทรวงต่างประเทศของจีนออกแถลงการณ์ผ่าน X ประณามสหรัฐฯ หลังมีปฏิบัติการทางทหารในประเทศเวเนซุเอลา และจับกุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร พร้อมกับภริยา และกำลังส่งตัวทั้งสองคนไปยังสหรัฐฯ เพื่อดำเนินคดี

“จีนรู้สึกตกใจอย่างยิ่งและขอประณามอย่างรุนแรงต่อการที่สหรัฐฯ ใช้กำลังอย่างโจ่งแจ้งต่อรัฐอธิปไตย และการกระทำต่อประธานาธิบดี (นิโคลัส มาดูโร)” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุในโพสต์บน X

“การใช้อำนาจที่เหนือกว่าเข้าครอบงำดังกล่าวของสหรัฐฯ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและอธิปไตยของเวเนซุเอลาอย่างร้ายแรง ทั้งยังคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน จีนคัดค้านเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด เราขอเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ และยุติการละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศอื่น”

รัสเซีย

กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียระบุว่า “เช้านี้สหรัฐอเมริกาได้ก่อการรุกรานทางอาวุธต่อเวเนซุเอลา นี่เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งและสมควรถูกประณาม ข้ออ้างที่ใช้ในการการกระทำดังกล่าวไม่มีมูลความจริง ความเป็นปรปักษ์ทางอุดมการณ์ได้เอาชนะหลักการปฏิบัติทางธุรกิจและความเต็มใจที่จะสร้างความสัมพันธ์บนพื้นฐานของความไว้วางใจและความแน่นอน

“ในสถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ และมุ่งเน้นไปที่การแสวงหาทางออกผ่านการเจรจา”

“ละตินอเมริกาต้องคงสถานะเป็นเขตสันติภาพ ดังที่ได้ประกาศไว้ในปี 2014 และเวเนซุเอลาจะต้องได้รับการรับประกันสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตนเองโดยปราศจากการแทรกแซงทำลายล้างใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติการทางทหารจากภายนอก”

“เราสนับสนุนแถลงการณ์ของทางการเวเนซุเอลาและผู้นำประเทศในละตินอเมริกาที่เรียกร้องให้มีการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติโดยทันที”

อยาตอลเลาะห อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

“สิ่งที่สำคัญคือ เมื่อบุคคลใดตระหนักว่าศัตรูกำลังพยายามอย่างโอหังที่จะบังคับบางสิ่งบางอย่างต่อประเทศ ต่อเจ้าหน้าที่ ต่อรัฐบาล และต่อประชาชน บุคคลนั้นจะต้องยืนหยัดต่อต้านศัตรูอย่างมั่นคง และแสดงความกล้าหาญในการต่อต้าน เราจะไม่ยอมจำนนต่อศัตรู”

“ด้วยความเชื่อมั่นในพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ ด้วยความไว้วางใจในพระเจ้า และด้วยความมั่นใจในการสนับสนุนของประชาชน หากพระเจ้าทรงประสงค์และด้วยพระคุณของพระองค์ เราจะทำให้ศัตรูต้องคุกเข่าลง”

UNSC เรียกประชุมฉุกเฉิน เลขาฯเตือนเป็น “แบบอย่างที่อันตราย”

 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีกำหนดประชุมกันในวันจันทร์ (5ม.ค.) หลังสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลาและโค่นอำนาจประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ที่ปกครองประเทศแห่งนี้มาอย่างยาวนาน

ซามูเอล มอสซาดา เอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาประจำสหประชาชาติ บอกกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในวันเสาร์ (3ม.ค.) ว่า “นี่คือสงครามล่าอาณานิคมที่มีเป้าหมายทำลายรูปแบบสาธารณรัฐของรัฐบาลของเรา การเลือกอย่างเสรีโดยประชาชนของเรา และกำหนดรัฐบาลหุ่นเชิดที่เปิดทางปล้นทรัพยากรธรรมชาติของเรา ในนั้นรวมถึงแหล่งสำรองน้ำมันใหญ่ที่สุดของโลก”

มอสซาดากล่าวต่อว่า สหรัฐฯ ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งเน้นย้ำว่า “สมาชิกทั้งหมดควรอดทนอดกลั้นในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากการข่มขู่หรือใช้กำลังกับบูรณภาพแห่งดินแดนหรือความเป็นอิสระทางการเมืองของรัฐสมาชิกหนึ่งใด”


สเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกของเลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติชี้ว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เข้าองค์ประกอบของการเป็นแบบอย่างที่อันตราย “เลขาธิการยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความเคารพอย่างเต็มที่ต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ในนั้นรวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ เขากังวลอย่างยิ่งว่ากฎระเบียบตามกฎหมายระหว่างประเทศไม่ได้รับความเคารพ”

ประธานาธิบดี กุสตาโว เปโตร ของโคลอมเบีย

“รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐโคลอมเบียมีความกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานเกี่ยวกับการระเบิดและกิจกรรมทางอากาศที่ผิดปกติในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาในสาธารณรัฐโบลีวาร์แห่งเวเนซุเอลา ตลอดจนความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค

“โคลอมเบียยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่มีเงื่อนไขต่อหลักการที่บัญญัติไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐ การห้ามใช้หรือข่มขู่ว่าจะใช้กำลัง และการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศอย่างสันติ ในเรื่องนี้ รัฐบาลโคลอมเบียปฏิเสธการดำเนินการทางทหารฝ่ายเดียวใดๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงหรือเป็นอันตรายต่อประชาชนพลเรือน”

Photo by HANDOUT / US PRESIDENT DONALD TRUMP'S TRUTH SOCIAL ACCOUNT / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์