สหรัฐฯ เผยเหตุโจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วนในอิหร่าน “อยู่ระหว่างการสืบสวน ยังไม่รู้ฝ่ายไหนเป็นคนทำ”

5 มี.ค. 2569 - 14:18

  • เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์กล่าวว่า “เหตุทิ้งระเบิดถล่มโรงเรียนประถมหญิงล้วนในอิหร่านในวันแรกของสงคราม ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนว่าเป็นการโจมตีของสหรัฐฯ หรือไม่”

  • การโจมตีครั้งนี้เป็นการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 175 ราย ซึ่งส่วนใหญ่คาดว่าเป็นเด็ก

สหรัฐฯ เผยเหตุโจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วนในอิหร่าน “อยู่ระหว่างการสืบสวน ยังไม่รู้ฝ่ายไหนเป็นคนทำ”

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์กล่าวเมื่อวันพุธ (4 มี.ค.) ว่า “เหตุทิ้งระเบิดถล่มโรงเรียนประถมหญิงล้วนในอิหร่านในวันแรกของสงคราม ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนว่าเป็นการโจมตีของสหรัฐฯ หรือไม่”  

การโจมตีครั้งนี้เป็นการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 175 ราย ซึ่งส่วนใหญ่คาดว่าเป็นเด็ก ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุใดโรงเรียนจึงถูกโจมตี หรือกองกำลังของประเทศใดเป็นผู้ลงมือ 

แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ตอบคำถามนักข่าวว่า“กระทรวงกลาโหมกำลังสอบสวนเรื่องนี้อยู่”เมื่อถูกถามว่า “สหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินการโจมตีทางอากาศที่โรงเรียนหรือไม่?” ลีวิตต์ ย้ำว่า สหรัฐฯ ไม่ได้โจมตีพลเรือน ต่างจากระบอบอิหร่านที่มุ่งเป้าโจมตีพลเรือน สังหารเด็ก และสังหารประชาชนของตัวเองหลายพันคนในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา...ระบอบอิหร่านใช้การโฆษณาชวนเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนักข่าวหลายคนในห้องแถลงข่าวของทำเนียบขาวก็ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อนั้น”  

 ขณะที่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็บอกว่า “เรากำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ แน่นอนว่าเราไม่เคยโจมตีเป้าหมายพลเรือน แต่เรากำลังสอบสวนเรื่องนี้อยู่” 

โรงเรียนที่ถูกโจมตีชื่อว่า ‘ชาจาราห์ ตัยยิเบห์’ ตั้งอยู่ในเมืองมินาบ เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ โดยเมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) ที่ผ่านมา ผู้คนหลายพันคนต่างก็ออกมาเดินขบวนไว้อาลัยตามท้องถนนในเมืองเพื่อร่วมพิธีศพ  

องค์การยูเนสโก ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านวัฒนธรรมและการศึกษาของสหประชาชาติ ได้ออกแถลงการณ์บนโซเชียลมีเดียว่า “การสังหารนักเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ถือเป็น ‘การละเมิดอย่างร้ายแรง’ ต่อการคุ้มครองโรงเรียนภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ” 

(Photo by ALI NAJAFI / ISNA / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์