WHO เตือนไวรัสอีโบลาอาจแพร่ระบาดเร็วกว่าที่คาด ด้านสิงคโปร์สั่งคุมเข้มมาตรการสาธารณสุข

20 พ.ค. 2569 - 12:37

  • องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่าจำนวนผู้ติดเชื้ออาจแพร่กระจายเร็วกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก

  • เจ้าหน้าที่เผยว่า “ไวรัสดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 136 ราย และมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อมากกว่า 514 รายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก”

  • ด้านสิงคโปร์เพิ่มมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากต่างประเทศ

WHO เตือนไวรัสอีโบลาอาจแพร่ระบาดเร็วกว่าที่คาด ด้านสิงคโปร์สั่งคุมเข้มมาตรการสาธารณสุข

องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่าจำนวนผู้ติดเชื้ออาจแพร่กระจายเร็วกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก ขณะที่เจ้าหน้าที่เผยว่า “ไวรัสดังกล่าวคร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 136 ราย และมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อมากกว่า 514 รายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิต 1 รายในประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดา” 

ดร.แอนน์ แอนเซีย จาก WHO บอกกับ BBC ว่า “ยิ่งหน่วยงานของสหประชาชาติสอบสวนการระบาดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นว่าผู้ติดเชื้อได้แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ แล้ว” 

 “มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก และไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่อาจมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1,000 รายแล้ว...การระบาดในปัจจุบันนั้น มีขนาดใหญ่กว่าที่ตรวจพบในตอนนี้ และระดับความรุนแรงที่แท้จริงยังคงไม่แน่ชัด” 

แบบจำลองโดยศูนย์วิเคราะห์โรคติดเชื้อระดับโลก MRC ในลอนดอน ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) ที่ผ่านมา ระบุ

ชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอิตูริทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกบอกว่า ผู้ติดเชื้อกำลังเสียชีวิต ‘อย่างรวดเร็ว’ อีโบลาทรมานพวกเรา...ชาวบ้านกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องตนเอง เช่น การล้างมือด้วยน้ำสะอาด” 

ขณะที่ อัลเฟรด กิซา ชาวบ้านอีกคนในจังหวัดอิตูริ บอกว่า “ผู้คนในชุมชนตระหนักถึงภัยคุกคามและกำลังรอรับหน้ากากอนามัย” แต่เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรหากสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนติดเชื้อ 

สภากาชาดเตือนว่า “โรคอีโบลาสามารถลุกลามอย่างรวดเร็วหากว่าตรวจไม่พบผู้ป่วยตั้งแต่เนิ่นๆ ชุมชนขาดข้อมูล และระบบสาธารณสุขแบกรับภาระจนเกินตัว เรากำลังเห็นเงื่อนไขเหล่านั้นทั้งหมดในการระบาดครั้งปัจจุบัน” 

ขณะเดียวกัน เตโวโดรส อัดฮาโนม ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO ก็ประกาศให้การระบาดครั้งนี้เป็น ‘ภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศ’ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมเผยว่าตัวเขาเองมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับขนาดและความเร็วของการระบาด

อย่างไรก็ดี ตอนนี้ยังไม่มีวัคซีนสำหรับเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยล่าสุด แต่ WHO กำลังประเมินว่า ‘ยาอื่นๆ อาจให้การป้องกันได้หรือไม่’ 

ดร.แอนเซีย บอกกับ BBC ว่า จังหวัดอิตูริของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเป็น ‘พื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย’ และมีการเคลื่อนย้ายประชากรจำนวนมาก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อหน่วยงานในการเข้าตรวจสอบและช่วยควบคุมโรค”  

“ยิ่งเราสืบสวนการระบาดนี้มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งตระหนักว่ามันได้แพร่กระจายข้ามพรมแดนและไปยังจังหวัดอื่นๆ แล้ว อย่างน้อยก็ในวงกว้างในระดับหนึ่ง...การระบาดได้แพร่กระจายไปยังจังหวัดเซาท์คิวู ซึ่งประชากรได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมมาหลายปีแล้ว” 

ดร.แอนเซีย กล่าว

นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อในเมืองโกมา เมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งมีประชากรประมาณ 850,000 คน และปัจจุบันอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏที่ได้รับการสนับสนุนจากรวันดา 

ขณะที่สิงคโปร์เพิ่มมาตรการด้านสาธารณสุข... 

“สิงคโปร์ได้เพิ่มมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากต่างประเทศ หลังจากการระบาดของโรคอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และยูกันดา ซึ่ง WHO ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ” 

สำนักงานควบคุมโรคติดต่อ (CDA) ของสิงคโปร์แถลงเมื่อวันอังคาร (19 พ.ค.)

ขณะนี้มีการออกคำแนะนำด้านสุขภาพ ณ จุดเข้าออกทุกแห่งของสิงคโปร์สำหรับผู้เดินทางเข้า-ออก ผู้เดินทางเข้าประเทศจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะได้รับคำแนะนำให้สังเกตอาการของโรคอีโบลาเป็นเวลา 21 วันนับจากวันที่เดินทางออก และให้รีบไปพบแพทย์หากมีอาการป่วย 

ขณะเดียวกัน ผู้เดินทางออกประเทศที่วางแผนจะไปเยือนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบก็ควรใช้มาตรการป้องกันที่จำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ 

แม้ว่าหน่วยงาน CDA จะระบุว่า “ไม่มีเที่ยวบินตรงจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดาไปยังสิงคโปร์ และปริมาณการเดินทางต่ำ แต่แพทย์ได้รับการเตือนให้เฝ้าระวังโรคอีโบลาในผู้ป่วยที่มีอาการเสี่ยง และมีประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเมื่อเร็วๆ นี้...แพทย์และห้องปฏิบัติการทั้งหมดจะต้องแจ้งให้หน่วยงานทราบทันทีเกี่ยวกับกรณีที่ได้รับการยืนยันและสงสัยว่าเป็นโรคอีโบลาทั้งหมด” 

นอกจากนี้ยังมีบัตรแจ้งข้อมูลสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ (eHDC) ซึ่งกำหนดให้ผู้เดินทางเข้าประเทศต้องแจ้งสถานะสุขภาพและประวัติการเดินทางของตน “ผู้เดินทางจะต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์ ณ จุดเข้าเมือง หากมีอาการที่เข้าข่ายติดเชื้ออีโบลา และเคยเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ” CDA ระบุ 

ออง เย กัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ กล่าวว่า “สถานการณ์โรคระบาดจะได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด และจะมีการดำเนินมาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น” พร้อมอธิบายถึงสถานการณ์ในประเทศแอฟริกาที่ได้รับผลกระทบว่า ‘เข้าขั้นวิกฤต’ และกล่าวว่า “มีแนวโน้มที่จะมีผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกมากในอีกไม่กี่วันและไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” 

(Photo by JOSPIN MWISHA / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์