เที่ยวบินจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปยังอิสราเอล ต้องเปลี่ยนเส้นทางบินไปยังประเทศซาอุดีอาระเบีย หลังจากมีการส่งสัญญาณแจ้งเหตุร้าย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นความพยายามในการจี้เครื่องบินเมื่อวันพุธ (30 ก.ย.) ที่ผ่านมา
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า “เที่ยวบิน FZ1073 ของสายการบิน Flydubai ได้เปลี่ยนเส้นทางบินขณะบินจากดูไบมุ่งหน้าสู่กรุงเทลอาวีฟ ผ่านน่านฟ้าจอร์แดน ส่งผลให้อิสราเอลต้องส่งเครื่องบินรบขึ้นประกบ”
เกิดอะไรขึ้น...?
- 03:05 น. – เที่ยวบิน FZ1073 ออกเดินทางจากดูไบ
- 05:21 น. – เพดานบินเริ่มมีความผันผวน เครื่องบินเริ่มบินไม่คงที่
- 05:22 น. – เครื่องบินดิ่งเพดานบินลงมามากกว่า 14,000 ฟุต (4,300 เมตร) ภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที
- 05:31 น. – สัญญาณจากเครื่องบินเปลี่ยนเป็นรหัส 7700 (แจ้งเหตุฉุกเฉินทั่วไป)
- 05:38 น. – สัญญาณเปลี่ยนเป็นรหัส 7500 (แจ้งเหตุถูกแทรกแซงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย / ถูกจี้เครื่องบิน)
- 06:45 น. – เครื่องบินลงจอดอย่างปลอดภัยที่สนามบินภูมิภาคตาบูก
(***นับตามเวลามาตรฐานสากล)
“นักบินคนหนึ่งได้ก่อเหตุแทงนักบินอีกคน และพยายามจะบังคับเครื่องบินให้ตก...อิสราเอลกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับ ‘ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น’ อื่น ๆ หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว”
— นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เผย
สายการบิน Flydubai เปิดเผยว่า “เกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้นภายในห้องนักบิน แต่ผู้โดยสารทุกคนปลอดภัยดี โดยมีลูกเรือบนเที่ยวบินนั้นช่วยกันควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการสอบสวน จึงยังไม่ทราบสาเหตุและแรงจูงใจที่แน่ชัด เราขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่าเพิ่งคาดเดาไปต่างๆ นานา เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นก่อน”
สถานีโทรทัศน์ทางการซาอุดีอาระเบียรายงานแถลงการณ์จากสนามบินตาบูกว่า หลังจากเครื่องบินลงจอด ทั้งกัปตันและผู้ช่วยนักบินได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ
ขณะเดียวกัน แถลงการณ์จากท่าอากาศยานนานาชาติเจ้าชายสุลต่าน บิน อับดุลอาซิซ ในเมืองตาบูก ซึ่งรายงานผ่านสถานีโทรทัศน์อัล เอกบาริยา (Al Ekhbariya) ของทางการซาอุดีอาระเบีย ก็ระบุว่า “หลังจากเครื่องบินลงจอด ทั้งกัปตันและนักบินผู้ช่วยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ”
ในเวลาต่อมา สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำซาอุดีอาระเบียเปิดได้เผยว่า “กัปตันที่ได้รับบาดเจ็บคือ สมิต มัจฉาร์ ชาวอินเดีย ซึ่งกำลังรับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองตาบูกและพ้นขีดอันตรายแล้ว...ทางสถานทูตกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับครอบครัวของกัปตันและทางการซาอุดีอาระเบีย”
จากข้อมูลของ ‘Flightradar24’ ระบบติดตามเที่ยวบินระบุว่า “หลังจากเดินทางออกจากดูไบได้ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เครื่องบินได้ลดระดับเพดานบินลงอย่างรวดเร็วประมาณ 14,000 ฟุต (4,300 เมตร) ภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที...ในช่วงเวลาประมาณ 05:31 น. (ตามเวลามาตรฐานสากล) เครื่องบินได้ส่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินทั่วไปด้วยรหัส 7700 ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะเปลี่ยนเป็นรหัส 7500 ซึ่งเป็นรหัสแจ้งเหตุฉุกเฉินสำหรับ ‘ถูกแทรกแซงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย’ หรือการจี้เครื่องบิน
ดาเลีย ชปีเกล หนึ่งในผู้โดยสารเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ Haaretz ของอิสราเอลว่า “หลังจากเครื่องบินเริ่มดิ่งเพดานบินลงและผู้คนเริ่มรู้ตัวว่ามีสิ่งผิดปกติ ผู้โดยสารบางคนที่นั่งอยู่แถวหน้าได้พังประตูเข้าไปในห้องนักบิน...ประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนเครื่องลงจอด พวกเราสัมผัสได้ว่าเครื่องบินขาดการควบคุมและเริ่มสั่นกระตุกอย่างรุนแรง พอพวกผู้ชายเห็นว่าเครื่องบินเริ่มปักหัวดิ่งลง พวกเขาเลยพังประตูเข้าไปในห้องนักบินทันที”
“ผมขอสดุดีฮีโร่เหล่านี้ที่แสดงไหวพริบและความกล้าหาญอันเหนือชั้น พวกเขาช่วยชีวิตคนไว้ได้มากมาย และป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่”
— เนทันยาฮู กล่าวในแถลงการณ์
สื่อต่างประเทศรายงานว่า “อิตแชค ลีเบอร์ หนึ่งในผู้โดยสารชายที่ช่วยควบคุมตัวผู้ช่วยนักบิน ได้ส่งคลิปวิดีโอจากบนเครื่องบินไปให้ครอบครัวของเขา โดยในคลิปเขาพูดว่า ‘มีนักบินคนหนึ่งบาดเจ็บสาหัสและถูกพาส่งโรงพยาบาลแล้ว ส่วนพวกเราช่วยกันจับตัวผู้ก่อการร้ายเอาไว้ได้ และตอนนี้เขาถูกมัดอยู่’”
สนามบินตาบูกยืนยันว่า “ในเวลาต่อมาผู้โดยสารซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอิสราเอล ได้เดินทางต่อไปยังกรุงเทลอาวีฟด้วยเที่ยวบินทดแทนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
เจ้าหน้าที่อิสราเอลรายหนึ่งไม่ประสงค์ออกนามเปิดเผยกับ Reuters ว่า “ผู้ก่อเหตุเป็นชาวโอมาน” อย่างไรก็ดี ในปัจจุบัน อิสราเอลยังไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับทั้งซาอุดีอาระเบียและโอมาน โดยมีเพียงนโยบายการเจรจาผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการในบางโอกาสเท่านั้น
ทั้งนี้ โอมานเลือกที่จะไม่เข้าร่วมกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิสราเอล เพื่อจุดยืนด้านสิทธิของชาวปาเลสไตน์ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียได้ตั้งเงื่อนไขในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิสราเอลว่า “อิสราเอลจะต้องยอมรับการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์เสียก่อน”
(Photo by JACK GUEZ / AFP)





