สหรัฐฯ เริ่มการสอบสวนทางการค้าครั้งใหม่ใน 60 ประเทศเมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบว่า “ประเทศเหล่านั้นล้มเหลวในการควบคุมการนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับหรือไม่” หลังจากที่ได้เริ่มการสอบสวนการค้าไม่เป็นธรรมใน 16 ประเทศไปก่อนหน้านี้
การสอบสวนครั้งใหม่นี้ ดำเนินการภายใต้มาตรา 301(b) ของพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 ครอบคลุมถึงจีน สหภาพยุโรป อินเดีย และเม็กซิโก “แม้จะมีฉันทามติระหว่างประเทศต่อต้านแรงงานบังคับ แต่รัฐบาลต่างๆ ก็ล้มเหลวในการกำหนดและบังคับใช้มาตรการห้ามสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับเข้าสู่ตลาดของตนอย่างมีประสิทธิภาพ” เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าว
“การสอบสวนเหล่านี้จะตรวจสอบว่ารัฐบาลต่างประเทศได้ดำเนินการอย่างเพียงพอเพื่อห้ามการนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับหรือไม่ และความล้มเหลวในการกำจัดแนวปฏิบัติที่น่ารังเกียจเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อแรงงานและธุรกิจของสหรัฐฯ อย่างไร”
— กรีเออร์ กล่าว
มาตรา 301 อนุญาตให้สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศอื่นๆ ที่สหรัฐฯ ตรวจพบว่าทำการค้าไม่เป็นธรรมโดยไม่ต้องขออนุมัติจากรัฐสภาเพิ่มเติม ซึ่งเป็นอำนาจทางกฎหมายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยใช้ในสมัยแรกของเขาในการเรียกเก็บภาษีสินค้าจากจีน
การสอบสวนประเด็นแรงงานบังคับนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เริ่มการสอบสวนตามมาตรา 301 เมื่อวันพุธ (11 มี.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเป้าไปที่กำลังการผลิตส่วนเกินใน 16 ประเทศ รวมถึงจีน ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ และไทย นอกจากนี้ การสอบสวนล่าสุดยังได้ขยายรายชื่อประเทศที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบของมาตรา 301 เช่น สหราชอาณาจักร บราซิล และรัสเซีย
อย่างไรก็ดี ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จะสอบสวนตั้งแต่วันที่ 28 เมษายนถึง 1 พฤษภาคม ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่ ‘สั้นเกินจริง’ เมื่อพิจารณาจากจำนวนประเทศที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบ
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า “การสอบสวนการค้าหลากหลายครั้งนี้เสี่ยงทำให้พันธมิตรไม่พอใจ และเสียความไว้วางใจที่ต้องใช้ในการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตล้นเกินของจีน”
“รัฐบาลกำลังสูญเสียโอกาสสำคัญในการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตล้นเกินที่แท้จริงในโลก ซึ่งก็คือ ‘จีน’...การเพิ่มประเทศมากกว่าสิบประเทศในการสอบสวนเรื่องการผลิตล้นเกิน จะทำให้พันธมิตรไม่อยากทำงานร่วมกับเราเพื่อแก้ไขความท้าทายที่ร้ายแรงสำหรับประเด็นการผลิตล้นเกินของจีนที่กระทบเศรษฐกิจโลก”
— เวนดี้ คัตเลอร์ รองประธานสถาบันนโยบายเอเชียโซไซตี้ และอดีตผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าว
(Photo by Jim WATSON / AFP)





