เจรจามาราธอน 21 ชั่วโมงไร้ข้อตกลง! สหรัฐฯ-อิหร่านติดอุปสรรคตรงไหน ทำไมยังคุยกันไม่ลงตัว

12 เม.ย. 2569 - 14:26

  • หลังจากเจรจามานานกว่า 21 ชั่วโมงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ซึ่งอาจทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ต้องสั่นคลอน

  • เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงข้อบกพร่องในการเจรจาว่า “อิหร่านไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะ ‘ละทิ้ง’ อาวุธนิวเคลียร์...” และไม่ยอมรับเงื่อนไข

  • ขณะที่สื่ออิหร่านกล่าวโทษข้อเรียกร้องที่มากเกินไปและเกินขอบเขตของสหรัฐฯ ว่า “เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุ ‘กรอบและข้อตกลงร่วมกัน’”

เจรจามาราธอน 21 ชั่วโมงไร้ข้อตกลง! สหรัฐฯ-อิหร่านติดอุปสรรคตรงไหน ทำไมยังคุยกันไม่ลงตัว

หลังจากเจรจามานานกว่า 21 ชั่วโมงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน โดยมีปากีสถานเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ย แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ซึ่งอาจทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ต้องสั่นคลอน 

การเจรจาในกรุงอิสลามาบัดเป็นการพบปะโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ และเป็นการหารือระดับสูงสุดนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 

“การเจรจาที่ยืดเยื้อกับอิหร่านไม่ได้นำไปสู่ข้อตกลงที่จะยุติสงครามอย่างถาวร...มีการหารือสาระสำคัญกับฝ่ายอิหร่าน นั่นเป็นข่าวดี แต่ข่าวร้ายก็คือเรายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ และผมคิดว่านั่นเป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่านมากกว่าข่าวร้ายสำหรับสหรัฐฯ เสียอีก”

เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าว

ทว่าสหรัฐฯ-อิหร่านยังติดอุปสรรคใหญ่ตรงไหน...ทำไมยังคุยกันไม่ลงตัวสักที

แวนซ์กล่าวถึงข้อบกพร่องในการเจรจาเมื่อวันอาทิตย์ (12 เม.ย.) ด้วยว่า “อิหร่านไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์...ประเด็นคือ ‘เราจะเห็นความมุ่งมั่นจากอิหร่านในการไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่’ ไม่ใช่แค่ตอนนี้ ไม่ใช่แค่ในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่ในระยะยาว? เรายังไม่เห็นสิ่งนั้น แต่เราหวังว่าจะได้เห็นในอนาคต”  

ขณะที่สำนักข่าว Tasnim news agency ของอิหร่าน กล่าวโทษข้อเรียกร้องที่มากเกินไปและเกินขอบเขตของสหรัฐฯ ว่า “เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุ ‘กรอบและข้อตกลงร่วมกัน’” 

เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวว่า “การหารือในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาครอบคลุมประเด็นขัดแย้งที่หลากหลาย ได้แก่ : 

  • การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 
  • การละทิ้งนิวเคลียร์ 
  • ค่าชดเชยสงคราม 
  • การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร 
  • การยุติสงครามกับอิหร่านและในภูมิภาคอย่างสมบูรณ์” 

“อิหร่านได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ความสำเร็จของข้อตกลงใดๆ ในอนาคตจะขึ้นอยู่กับแนวทางของสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก ความสำเร็จของกระบวนการทางการทูตนี้ขึ้นอยู่กับความจริงจังและความสุจริตใจของฝ่ายตรงข้าม รวมไปถึงการงดเว้นจาก ‘ข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขตและผิดกฎหมาย’ และการยอมรับสิทธิของอิหร่าน” 

บาเกอี กล่าว 

เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง? 

   (Photo by Giuseppe CACACE / AFP)
(Photo by Giuseppe CACACE / AFP)

ข้อเรียกร้องสำคัญจากฝ่ายสหรัฐฯ คือ ‘การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง’ เส้นทางน้ำสำคัญที่ใช้ขนส่งน้ำมันทางทะเล 1 ใน 4 ของโลกและก๊าซธรรมชาติ 1 ใน 5 ของโลก ซึ่งอิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบนี้ไว้เป็นตัวประกัน ส่งผลให้ราคาก๊าซและน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าวได้ 

นับตั้งแต่มีการลงนามในข้อตกลงหยุดยิงครั้งล่าสุด กองทัพอิหร่านได้ส่งสัญญาณว่ามีแผนที่จะรักษาการควบคุมช่องแคบไว้ ในขณะที่ทรัมป์เสนอแนะเมื่อวันศุกร์ (10 เม.ย.) ที่ผ่านมา ว่า “สหรัฐฯ อาจร่วมควบคุมช่องแคบกับอิหร่าน”   

ไม่เพียงเท่านี้ อิหร่านยังต้องการเก็บค่าธรรมเนียมการผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วย แต่ทรัมป์ได้ออกคำเตือนอย่างเด็ดขาดว่าอิหร่านไม่ควรทำพฤติกรรมเช่นนี้ “มีรายงานว่าอิหร่านเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พวกเขาไม่ควรทำเช่นนั้น และถ้าหากทำอยู่ก็ควรหยุดเดี๋ยวนี้!” ทรัมป์โพสต์บน Truth Social 

ถึงแม้ว่าเมื่อคืนวันอังคาร (7 เม.ย.) ที่ผ่านมา ทรัมป์จะประกาศหยุดยิงกับอิหร่าน ซึ่งอิหร่านตกลงที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที แต่การจราจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านเส้นทางน้ำที่สำคัญนี้ยังคงแทบไม่มีเลยเนื่องจากอิหร่านยังไม่มีคำสั่งชัดเจน 

ขณะเดียวกัน กองทัพสหรัฐฯ ก็กล่าวระหว่างที่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านเมื่อวันเสาร์ (11 เม.ย.) ว่า “เรือรบ 2 ลำของสหรัฐฯ ได้แล่นผ่านช่องแคบ และกำลังเตรียมการกวาดล้างทุ่นระเบิดบริเวณช่องแคบดังกล่าว” ขณะที่สื่ออิหร่านปฏิเสธว่าไม่มีเรือของสหรัฐฯ แล่นผ่านเส้นทางน้ำนี้ 

‘โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน’ ยังคงเป็นข้อขัดแย้งหลัก... 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเด็น ‘ยุติพัฒนานิวเคลียร์’ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการบรรลุข้อตกลง ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นข้อเรียกร้องที่มากเกินไปและเกินขอบเขตของสหรัฐฯ และอิหร่านปฏิเสธที่จะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว 

“เราต้องการเห็นคำมั่นสัญญาที่ชัดเจนว่าอิหร่านจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ และจะไม่แสวงหาเครื่องมือที่จะทำให้พวกเขาสามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างรวดเร็ว” แวนซ์ กล่าว

เบนจามิน นักรัฐศาสตร์และนักวิจัยอาวุโส บอกกับ CNN ว่า “การที่สหรัฐฯ และอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้นั้น ‘เป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้’เนื่องจากคณะผู้แทนทั้งสองฝ่ายต่างเดินทางมาเข้าร่วมการเจรจาระดับสูงครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษด้วย ‘จุดยืนที่แข็งกร้าว’...โครงการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่านน่าจะเป็นประเด็นที่ทำให้การเจรจาติดขัด”

“ประเด็นยังคงอยู่ที่การเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่านนั้นไปถึงระดับจนเกินกว่าที่สนธิสัญญาไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) อนุญาต และใกล้เคียงกับระดับที่สามารถสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้”

แรดด์ กล่าว

จากมุมมองของอิหร่าน อิหร่านมีสิทธิโดยสมบูรณ์ในฐานะประเทศอธิปไตยที่จะเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แต่สหรัฐฯ ยืนยันว่าอิหร่านได้สูญเสียความไว้วางใจและสิทธิภายใต้สนธิสัญญาไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมไปแล้ว ดังนั้นจึงเกิดทางตันขึ้น”

“สหรัฐฯ เชื่อว่าอิหร่านได้สูญเสียสิทธินั้นไปแล้วโดยพื้นฐาน เนื่องจากพฤติกรรมในอดีตที่หลอกลวงผู้ตรวจสอบระหว่างประเทศ ขณะที่อิหร่านรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องสละสิทธินั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ที่อิหร่านมีช่องแคบฮอร์มุซเป็นข้อต่อรองแรดด์ กล่าวเสริม

ขณะที่ แอรอน เดวิด มิลเลอร์ นักวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง บอกกับ CNN ว่า “อิหร่าน ‘ถือไพ่เหนือกว่าอเมริกา’ หลังจากที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกินเวลานาน 21 ชั่วโมง แต่ก็ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขา (อิหร่าน) ไม่รีบร้อนที่จะยอมอ่อนข้อ” 

“ดูเหมือนว่าอิหร่านยังคงมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงอยู่ พวกเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาใช้ภูมิประเทศเป็นอาวุธ พวกเขาควบคุมและบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในขณะนี้ ระบอบการปกครองนี้ยังคงอยู่รอด พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่น่าหวาดกลัวในการบ่อนทำลายความมั่นคงและเสถียรภาพ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไพ่เด็ด”

 มิลเลอร์ กล่าว 

มิลเลอร์ยังเชื่ออีกว่า “อิหร่านจะยอมเสี่ยงถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีทางทหารอีกครั้ง มากกว่าเดินออกจากวงเจรจาโดยไม่ได้อะไรเลย” 

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปล่ะ? 

   (Photo by JACQUELYN MARTIN / POOL / AFP)
(Photo by JACQUELYN MARTIN / POOL / AFP)

การที่สหรัฐฯ-อิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้นั้นก่อให้เกิดความไม่แน่นอนครั้งใหม่ว่า ‘การหยุดยิง 2 สัปดาห์จะคงอยู่ต่อไปหรือไม่ และทั้ง 2 ฝ่ายจะกลับไปสู่โต๊ะเจรจาได้อีกไหม’? 

คำกล่าวของแวนซ์บ่งชี้ว่าอาจมีขอบเขตจำกัดสำหรับการเจรจาเพิ่มเติมในระยะสั้น เนื่องจากเขาระบุว่า “ข้อเสนอของสหรัฐฯ เป็นข้อเสนอสุดท้ายแล้ว” แต่นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า “การเจรจาทางการทูตยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด” 

“สหรัฐฯ มีแรงจูงใจทางการเมืองภายในประเทศอย่างมากที่จะบรรลุข้อตกลงที่จะทำให้สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากความขัดแย้ง” ไมเคิล คูเกลแมน นักวิจัยอาวุโสประจำมูลนิธิเอเชียแปซิฟิก กล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า “การที่สหรัฐฯ ส่งคณะผู้แทนระดับสูงเดินทางไปปากีสถาน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการเจรจา...อาจมีการเจรจาเพิ่มเติม แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นในปากีสถานหรือที่อื่น” คูเกลแมน กล่าว 

อย่างไรก็ดี การล้มเหลวของการเจรจาอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดโลกและเสถียรภาพในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดน้ำมันและก๊าซซึ่งคาดว่าจะตอบสนองอย่างรุนแรงต่อความไม่แน่นอน ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในวงกว้างอาจได้รับผลกระทบจากการที่ไม่มีความคืบหน้าทางการทูต 

(Photo by FAROOQ NAEEM / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์